
ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 5จังหวัด
ครม.ให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 5 จ.ศรีสะเกษ.กาฬสินธุ์,น่าน,นครสวรรค์,นครปฐม
ครม.ให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 5 จ.ศรีสะเกษ.กาฬสินธุ์,น่าน,นครสวรรค์,นครปฐม
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติให้ยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ น่าน นครสวรรค์ และนครปฐม จากทั้งหมด 24 จังหวัด เนื่องจากทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เห็นว่าสถานการณ์ในบางจังหวัดได้คลี่คลายลงไปแล้ว และหากมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นก็สามารถประกาศบังคับใช้ใหม่ได้
ด้าน นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวว่า ในส่วน 19 จังหวัดที่เหลือจะต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯออกไปอีก 3 เดือน โดยนายกฯและครม.พิจารณาร่วมกัน ทางกระทรวงมหาดไทยเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ครม.ให้เหตุผลในการยกเลิกพ.ร.ก.ใน 5 จังหวัดดังกล่าวเพราะเห็นว่าสถานการณ์ใน 5 จังหวัดนั้นน่าจะกลับเข้าสู่ความสงบเรียบร้อยในระดับหนึ่งแล้ว และน่าจะเป็น การดีในเรื่องของการส่งสัญญาณการปรองดอง สมานฉันท์ และเรื่องความสงบเรียบร้อยกลับเข้าสู่ภาวะเป็นปกติมากขึ้น
ส่วนเรื่องเสียงคัดค้านขององค์กรสิทธิมนุษยชน ที่ต่อต้านตำหนิว่า รัฐบาลละเมิดนสิทธิมนุษยชนก็ฟังทั้งหมด โดยเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องมองข้ามเรื่องภาพลวงตาสัก 2-3 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรามองเห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้ เหมือนกับสงบเรียบร้อย แต่มันไม่ได้สงบเรียบร้อยจริงโดยพื้นฐาน ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดิน มีการติดต่อในรูปแบบต่างๆ อยู่ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เป็นสถานการณ์ที่แท้จริง และสองเรื่องของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือคุมไว้เป็นภาพที่ไม่น่าดู เมื่อองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ เขามาดูแล้ว มองว่าไม่น่าดูนั้นก็เป็นภาพที่ลวงตาอีกภาพหนึ่ง
“เราเองต้องมองถึงความจำเป็นของ พ.ร.ก.ที่ทำให้สถานการณ์มีความสงบเรียบร้อยได้ ควบคุมดูแลต่างๆ ได้ เราไม่อยากจะกลับไปสู่สถานการณ์ที่รุนแรงอีกครั้ง เหมือนช่วงที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ฟังแล้วยังพร้อมที่จะอยู่กับพ.ร.ก.มากกว่าอยู่กับการชุมนุม ที่เป็นอันตรายอย่างเช่นที่ผ่านมา ประการสุดท้ายเรื่องที่เป็นภาพลวงตาอีกอย่าง คือ อย่าไปคิดว่ามีกฎหมายกธรรมดา แล้วเอาอยู่ ที่เกิดเหตุขึ้นมาขนาดมีพ.ร.ก.อำนาจเต็มที่ยังเอาไม่อยู่แล้วเกิดความเสียหาย มากมาย และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเป็นกฎหมายในเชิงป้องกันที่จะทำอะไรได้หลายอย่างที่จะไม่ ให้เกิดเหตุขึ้นมา” เลขาธิการ สมช. กล่าว







