
ความสุขใจในไอศกรีมเพื่อสังคม
"สิ่งที่ผมทำอยู่ ผมไม่ได้ตั้งใจทำขึ้นเพื่อที่จะให้ตัวเองร่ำรวย แต่ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องการใช้ไอศกรีมช่วยเหลือเด็ก"
เรื่อง...พงศ์ พริบไหว / ภาพ...ภัทรชัย ปรีชาพานิช
“ไอศกรีมฟาร์มสุข” กิจกรรมเพื่อสังคมที่เริ่มมาจากความบังเอิญ โดย บอม-ชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ นักออกแบบนิตยสารชอบรับประทานไอศกรีมมากๆ เรียกได้ว่ากินทุกวันแบบไม่เลือกเวลาจนเริ่มชักจะกลัวโรคเบาหวาน คิดได้แบบนั้นเลยอยากทำไอศกรีมของตัวเองที่มีน้ำตาลน้อย เลยจัดการซื้อเครื่องมาฝึกทำดู พอทำเยอะเข้าๆ กินเองไม่หมด จึงหาทางออกโดยนำไอศกรีมที่คิดสูตรเองไปบริจาคเด็กๆ ด้อยโอกาส
“ครั้งแรกที่เราได้เห็นแววตาของเด็กๆ ตอนเขากินไอศกรีมที่เราทำอย่างมีความสุข เราภูมิใจนะ ตอนนั้นเข้าใจความรู้สึกของคำว่าความสุขจากการให้เลย แล้วผมก็ติดใจความสุขนั้น ทีนี้ก็อยากให้เพื่อนได้มีส่วนร่วม เลยขึ้นเฟซบุ๊กรับเงินบริจาคหาเงินเลี้ยงไอศกรีมเด็ก
จากจุดนั้นเป็นเวลา 3 ปี ที่ทำแจกเด็กๆ ทั่วกรุงเทพฯ คือไปมาหมดทุกที่ที่มีเด็กด้อยโอกาส พอตอนหลังทำจริงจังมากกว่างานประจำอีก (หัวเราะ) แต่เราก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นธุรกิจนะ เรามองว่าไม่อยากเสียใจภายหลังว่าเรามีโอกาสแล้วเราไม่ได้ทำ”
หลังจากที่ทำไอศกรีมตระเวนแจกเด็กๆ อยู่หลายปี วันหนึ่ง บอม-ชัยฤทธิ์ บังเอิญได้ไปออกรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ทำให้ยอดเงินบริจาคในบัญชีพุ่งสูง เรียกได้ว่าเป็นเงินหลักแสนเลยทีเดียว ด้วยความที่เจ้าตัวบอกว่ากลัวตกนรก เพราะไม่รู้จะหาทางเช่นไรใช้เงินที่ได้มาให้เกิดประโยชน์จริงๆ จู่ๆ แนวคิดการทำธุรกิจเพื่อสังคมก็แวบเข้ามาในหัว
“เราเลือกไปเรียนการทำธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อต้องการเอาความรู้มาแก้ปัญหาการจัดการเรื่องเงินที่เรามี พอเรียนได้ 3 เดือน ผมก็เกิดปิ๊งไอเดียอยากทำไอศกรีมของเราให้เหมือนที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ท่านทรงมีดำริให้ทำศูนย์ศิลปาชีพฯ
เมื่อผมรู้แล้วว่าผมจะทำแบบไหน ก็เขียนแผนธุรกิจในการฝึกเด็กทำไอศกรีม แล้วเอาไอศกรีมที่เด็กทำไปขาย และนำรายได้ไปกระจายให้เด็กๆ เราก็เอาเงินที่ได้มาบวกกับเงินของเราเปิดธุรกิจไอศกรีมฟาร์มสุขขึ้นมา”
เมื่อเริ่มธุรกิจชัยฤทธิ์ก็เข้าไปตามบ้านเด็กด้อยโอกาส เพื่อเข้าไปสอนทำไอศกรีม เมื่อทำได้แล้วก็นำไปวางจำหน่ายในนามไอศกรีมฟาร์มสุข ถ้วยละ 40-50 บาท ซึ่งตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ทำมาจนถึงวันนี้ มีเด็กๆ 500 คนที่ได้เรียนรู้การทำไอศกรีม และได้เงินเฉลี่ยมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ที่ได้มากกว่าเงินทอง คือไอศกรีมฟาร์มสุขของเขาได้ช่วยในเรื่องของการปรับเปลี่ยนทัศนคติของเด็กด้อยโอกาสให้เข้ากับสังคมได้
“เด็กเหล่านี้เป็นเด็กจากบ้านพักพิงและบ้านสงเคราะห์ เด็กหลายคนถูกทำร้ายจิตใจ ทำร้ายร่างกาย ถูกล่วงละเมิด จนกลายเป็นคนหวาดกลัวการเข้าสังคม ซึ่งเราก็ได้นำเอากระบวนการทำไอศกรีมเข้าไปบำบัดจิตใจ ซึ่งช่วยได้มากเลย ปัจจุบันเด็กหลายคนที่เติบโตมากับเราเรียนหนังสือจบแล้วมีครอบครัวก็ภูมิใจนะ ถึงยอดขายของเราจะไม่ได้เยอะ อยู่ที่ประมาณ 3,000 ถ้วย/เดือน แต่มันก็ถือว่าสามารถช่วยค่าขนมให้กับเด็กได้เยอะ โดยไอศกรีมต่อถ้วยเด็กจะได้เงิน 9 บาท
ไอศกรีมฟาร์มสุขอาจจะล้มเหลวเรื่องธุรกิจบ้าง แต่สิ่งที่ผมทำอยู่ ผมไม่ได้ตั้งใจทำขึ้นเพื่อที่จะให้ตัวเองร่ำรวย แต่ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องการใช้ไอศกรีมช่วยเหลือเด็ก ช่วยแบบยั่งยืนสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องควักเงินตัวเอง ถึงวันนี้เราก็ไม่ต้องรับเงินบริจาคแล้ว เพราะเรามีธุรกิจที่สามารถหาเงินเอาไปทำไอศกรีมแจกเด็กๆ ได้เหมือนเดิม และยังหารายได้ให้กับพวกเขาได้ อีกทั้งมันยังสามารถช่วยเหลือสังคมได้ในด้านอื่นด้วยผมก็ดีใจแล้ว”
ชัยฤทธิ์ทิ้งท้าย ก่อนตักไอศกรีมฟาร์มสุขเข้าปาก พร้อมใบหน้าอิ่มเอมใจ







