posttoday
หลับเต็มตาบนแผ่นดินสยาม

หลับเต็มตาบนแผ่นดินสยาม

04 กรกฎาคม 2558

คืนนั้นผมกับเพื่อนร่วมชะตากรรมต้องอยู่ในห้องขังกันถ้วนหน้ากว่าพันคน เป็นคืนที่คึกคักแต่ในใจผมแสนสลดหดหู่

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

คืนนั้นผมกับเพื่อนร่วมชะตากรรมต้องอยู่ในห้องขังกันถ้วนหน้ากว่าพันคน เป็นคืนที่คึกคักแต่ในใจผมแสนสลดหดหู่ และเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ

เวลานั้นเนื้อตัวของผมคงสกปรกเต็มแก่ เพราะไม่ได้อาบน้ำเลยจากซัวเถา 7 วัน และเวลาที่เดินทางมาในเรืออีก 7 วันรวมเป็น 14 วันพอดี และนี่ยังจะต้องติดอยู่ในห้องขังของกองตรวจคนเข้าเมืองไปอีกกี่วันก็ไม่รู้

ระหว่างติดอยู่ที่ห้องขังผมได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมห้องขังด้วยกัน แต่ละคนมีความหวังที่แตกต่างกันออกไป ผมยังรู้สึกว่าโชคดีอยู่บ้างที่ได้คุยกับคนจีนฮากกาหรือจีนแคะด้วยกันที่ลงเรือลำเดียวกัน และต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องขังแบบเดียวกัน

เราคุยกันถูกคอและต่างฝากฝังกันและกันว่า ถ้าใครมีโอกาสได้ออกไปจากห้องขังก่อน จะต้องติดต่อกับคนที่รู้จักในเมืองไทยให้มารับรองอีกคนด้วย ซึ่งเขาก็รับปากผมเป็นอย่างดี

ผมติดอยู่ในห้องขังราว 2 วัน เพื่อนร่วมห้องขังที่เป็นคนจีนแคะคนดังกล่าวก็มีคนมารับรองตัวออกไป ทำให้เขาได้พบอิสรภาพก่อนผม ส่วนผมเมื่อเพื่อนร่วมชะตากรรมออกไป ผมได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ลืมคำสัญญาที่บอกว่าจะช่วยติดต่อญาติผมให้มารับรองผมออกไปผมคิดว่าเพื่อนจีนแคะคนนั้นต้องติดต่อพี่ชายให้ผมได้ในไม่ช้า

ระหว่างที่รอเวลานั้น ทางการไทยมีข้าวมีน้ำให้คนที่ถูกกักตัวอย่างผมได้กินแก้หิวตามเวลา เป็นข้าวกับผัดผักบุ้งในจานสังกะสีเก่าๆ แม้จะเป็นมื้อแรกที่ต้องกินกันในห้องขัง แต่ผมก็รู้สึกว่าอาหารมื้อแรกในเมืองไทยอร่อยดีเหมือนกัน

รายการอาหารในห้องขังนั้นเรียบง่ายและแทบไม่ต่างจากที่ผมกินในเรือกุ้ยเอียงนัก เพราะมันคือข้าวสวยกับผัดผักบุ้ง เราต่างคนต่างกินกันเงียบๆ และปล่อยความคิดล่องลอยกันไปคนละทิศคนละทาง

วันเวลาที่ดีมักผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผิดกับวันเวลาที่แย่ๆ ไม่น่าประทับใจซึ่งมักจะผ่านไปอย่างเชื่องช้า ผ่านมา 2 วัน พี่ชายของผมจึงมารับรองผมที่กองตรวจคนเข้าเมือง โดยจ่ายเงินค่าธรรมเนียม 400 บาท ซึ่งในสมัยนั้นเป็นเงินไม่น้อยเลยทีเดียว แต่พี่ชายทั้งสองคนของผมไปวิ่งเต้นรวบรวมเงินจากพี่ๆ ที่อยู่ในเมืองไทยมาประกันตัวผมออกไป แม้ว่าผมจะต้องติดอยู่ในห้องขังที่นั่นเป็นเวลานานถึง 4 วัน แต่เมื่อพบหน้าพี่ชาย ผมดีใจเป็นที่สุดจนลืมความหม่นหมองทั้งหลาย

แรกๆ ทั้งสองจำผมไม่ได้ มองผมอยู่ตั้งนาน ก็ไม่แปลกหรอกเพราะพวกเขาเคยเห็นผมตอนที่ยังเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ แต่ความที่เราเป็นสายเลือดเดียวกันและมีหน้าตาละม้ายกันอยู่บ้าง ในที่สุดเราก็คุ้นหน้าตาและสุ้มเสียงของกันและกัน

“ขอบคุณมาก...ขอบคุณมากที่พี่ทั้งสองคนทำให้ผมเข้าเมืองไทยได้”

วันนั้นเป็นวันที่ผมได้มองเห็นแผ่นดินไทยเต็มตาเสียที หลังจากที่ได้แต่มองเห็นเมืองไทยผ่านลูกกรงห้องขังของด่านกักกันมานานถึง 4 วัน 4 คืนด้วยกัน

พี่ชายทั้งสองพาผมไปที่บ้านของพี่ชายคนโต ซึ่งอยู่แถวสี่แยกวัดดวงแข ที่นั่นผมได้อาบน้ำ หลังจากที่ไม่ได้อาบน้ำอาบท่ามารวม 18 วัน กับ 18 คืน ผมอาบน้ำอย่างมีความสุข

หลังจากอาบน้ำแล้ว พี่ชายพาผมไปรู้จักกับพี่สะใภ้และหลานตัวเล็กๆ อีก 4 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 1-5 ขวบ ครอบครัวของพี่ชายเป็นครอบครัวใหญ่ ลูกๆ ของพี่ชายซึ่งก็คือหลานของผมทุกคนกำลังกินกำลังนอนกันทั้งนั้น เราทักทายกันพักใหญ่ จากนั้นผมก็ขอตัวไปพักผ่อนหลังจากที่ต้องรอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเลมาหลายวันหลายคืน

มันเป็นคืนที่ผมนอนหลับอย่างเต็มตาในผืนแผ่นดินใหม่ที่เรียกกันว่า “แผ่นดินสยาม”

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์