
ทอง ทอง ทอง
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
ไม่ได้เขียนถึงทองคำมานาน เพราะในปีนี้ทองคำถือว่าไม่ใช่ดาวเด่นของการลงทุนอย่างแท้จริง เมื่อวานนี้ราคาก็ลงไปอีก 5.50 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 1,163.80 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ นักลงทุนยังคาดว่าปลายปีนี้ราคาอาจจะลงไปแถวๆ 1,100 เหรียญสหรัฐด้วยซ้ำครับ
เรียกได้ว่า สภาพเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ไม่ได้เอื้อต่อราคาทองคำนัก ไม่ว่าจะเป็นดัชนีเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลงทั่วโลก ประกอบกับการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ วิกฤตในกรีซที่อาจจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินยูโรได้
ถามว่าปัจจัยอะไรบ้างที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ ประการแรก ก็คือดัชนีเงินเฟ้อครับ ถ้าในสหรัฐมีระดับเงินเฟ้อที่สูง นักลงทุนก็จะเข้าลงทุนในตลาดที่มีความปลอดภัยกว่า ก็คือทองคำนั่นเอง
แต่ในทางกลับกัน ในขณะนี้ดูเหมือนว่า ตลาดที่มีความปลอดภัยมากกว่าสำหรับนักลงทุน ก็คือตลาดเงินเหรียญสหรัฐและตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทำให้ราคาทองคำถูกเมินไปในที่สุด
ขณะที่ปัญหาในกรีซที่ยังเดินมาไม่ถึงจุดยุติ โดยจะต้องรอผลการประชามติของชาวกรีซว่าจะรับหรือไม่รับแผนการปฏิรูปที่เสนอขึ้นของกลุ่มเจ้าหนี้ เพื่อแลกกับการรับเงินช่วยเหลือก้อนต่อไป ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร และถ้าหากผลที่ออกมานั้นได้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อไปยังค่าเงินยูโรนั้นก็จะยิ่งทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่ามากขึ้นไปอีก และราคาทองคำก็จะดิ่งลงไปอีกเช่นกันครับ
ขณะเดียวกันนั้น ปัจจัยที่จะเป็นแรงกดให้ราคาทองคำโงหัวไม่ขึ้น ก็คือการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่กำลังจะมีขึ้นในปีนี้
จากการส่งสัญญาณล่าสุดนั้น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้นโยบายปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเริ่มต้นในราวครึ่งหลังของปีนี้ เมื่ออัตราดอกเบี้ยขยับขึ้น ความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อก็จะยิ่งลดลง และราคาทองคำก็จะไม่ถูกมองว่าเป็นตลาดลงทุนที่มีความปลอดภัยครับ
และยิ่งถ้าหากสหรัฐประกาศตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้นมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วมากขึ้นเท่านั้น ก็จะยิ่งเป็นการกดราคาทองคำต่อไป
สรุปแล้วในปีนี้ ต้องบอกว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกทั้งหลายไม่ได้เอื้อให้กับทองคำเสียเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้ออ่อนตัวทั้งในสหรัฐและทั่วโลก ภาวะการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐที่ทำให้ตลาดทองคำถูกเมินไป และสุดท้ายคือการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐที่จะเกิดขึ้นครับ







