
เสธ.ทบ.แจงศอรส.-ศอฉ.ใช้งบไปแล้ว1.8 พันล้านบาท
เสธ.ทบ. เผยทบ.ใช้งบในนาม ศอรส.-ศอฉ. ไปแล้ว 1.8 พันล้านบาท ยืนยัน ทำตามหน้าที่ทุกประการ
เสธ.ทบ. เผยทบ.ใช้งบในนาม ศอรส.-ศอฉ. ไปแล้ว 1.8 พันล้านบาท ยืนยัน ทำตามหน้าที่ทุกประการ
ที่รัฐสภาวันนี้ (6 ก.ค.) มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 โดยเป็นการพิจารณางบประมาณในส่วนของกองทัพบกจำนวน 8.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 5 แผนงานสำคัญ ได้แก่ 1.แผนงานสร้างค่านิยมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเสริมสร้างความ สมานฉันท์ของคนในชาติ 30 ล้านบาท 2.แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.2 พันล้านบาท 3.แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ 320 ล้านบาท 4.แผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ 8 หมื่นล้านบาท และ 5. แผนงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด 179 ล้านบาท
ทั้งนี้ กมธ.ในซีกพรรคเพื่อไทยหลายคนได้สอบถามถึงการใช้จ่ายงบประมาณในการควบคุมการ ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งแต่มีศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) จนมาถึงศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่ามีการใช้ไปจำนวนเท่าไหร พร้อมกับขอให้มีการชี้แจงเกี่ยวกรณีที่มีข่าวว่าทหารได้ทำการกักขังหน่วง เหนี่ยวไม่ให้คนเสื้อแดงได้เดินทางกลับบ้านด้วย
พล.อ. พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า งบประมาณในส่วนของกองทัพบกที่มีเบิกจ่ายเพื่อใช้สำหรับปฎิบัติการในนาม ศอ.รส.และศอฉ. จนถึง ณ วันที่ 25 พ.ค.มีจำนวนทั้งสิ้น 1,809 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าอาหารให้กับกำลังพลที่ปฎิบัติการนอก สถานที่จำนวน 400 บาทต่อคน ส่วนกำลังพลที่ปฎิบัติงานอยู่ภายในสำนักงานเพื่อทำงานด้านธุรการจะมีค่า อาหารให้คนละ 120 บาท นอกจากนี้ ยังมีค่าน้ำมัน เชื้อเพลิง ค่าบริหารจัดการ ในส่วนอื่นๆจำนวนหนึ่งเช่นกัน
พล.อ.พิรุณ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการกักขังบุคคลเป็นไปตามการใช้อำนาจตามพ.ร.ก.การบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 โดยเมื่อสามารถจับกุมได้ก็ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เข้าไปดำเนินการต่อตาม กฎหมาย ซึ่งหากจะถามกองทัพว่าต้องการให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ คงตอบได้ว่าไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีกเพราะกองทัพบกมองว่าทุกคนเป็นคนไทย เหมือนกัน
“ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในเมืองไทย พวกท่านทุกคนก็คงทราบดีว่าแก่นแท้ของปัญหาคืออะไร การปฎิบัติการที่ผ่านมากองทัพทำไปตามหน้าที่ ยืนยันว่าทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน ไม่เคยมีความคิดว่าเมื่อกองทัพสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วจะเป็นผู้ชนะ หรือมองว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ทหารทุกคนหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกเป็นเรื่องที่ทุกคน เศร้าใจ และคิดว่าในอนาคตคงจะไม่ต้องทำอย่างนี้อีกเพราะกองทัพสมควรจะเอาเวลาไปทำงาน ด้านอื่นๆที่เป็นการปกป้องประเทศ” พล.อ.พิรุณ กล่าว







