
ทายาทแลนด์ฯส่งทนายแจงปมซื้อที่ดิน "ศุภชัย"
ทนาย ทายาทบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ นำเอกสารชี้แจงดีเอสไอ กรณีซื้อที่ดินต่อ อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
ทนาย ทายาทบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ นำเอกสารชี้แจงดีเอสไอ กรณีซื้อที่ดินต่อ อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายนันทวัตน พิพัฒน์วงษ์เกษม ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากน.ส.อลิสา อัศวโภคิน ทายาทบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้นำเอกสารหลักฐาน เข้าพบพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 เพื่อชี้แจงกรณีการซื้อที่ดินย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี มูลค่า 298 ล้านบาท ต่อจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด
นายนันทวัฒน กล่าวภายหลังการเข้าให้ปากคำว่า ในวันนี้ตนได้นำหลักฐานทางการเงิน หรือแคชเชียร์เช็คที่สั่งจ่ายเงินในการซื้อที่ดินต่อจากนายศุภชัย มูลค่าประมาณ 298 ล้านบาท มามอบให้พนักงานสอบสวน โดยแคชเชียร์เช็คดังกล่าวมีการสั่งจ่ายเพียงครั้งเดียว
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ทราบมาก่อนว่าที่ดินเป็นของสหกรณ์ฯคลองจั่น ซึ่งตนมาทราบอีกครั้งเมื่อนำหลักฐานไปโอน เนื่องจากซื้อขายผ่านคนกลาง อย่างไรก็ตาม การสอบปากคำในวันนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบถามเฉพาะในส่วนของแคชเชียร์เช็คเพียงเรื่องเดียว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พนักงานสอบสวนจะต้องเรียกให้น.ส.อลิสามาให้ปากคำด้วยตนเองอีกหรือไม่ นายนันทวัฒน กล่าวว่า กรณีดังกล่าวยังไม่ทราบในรายละเอียด แต่พนักงานสอบสวนจะมีการเรียกมาสอบปากคำอีกครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่ได้มีการนัดหมายวันและเวลาแต่อย่างใด
ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากน.ส.อลิสา นำเอกสารหลักฐานเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนกรณีซื้อที่ดินย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี ต่อจากนายศุภชัยว่า จากการสอบปากคำในวันนี้ เราได้ขอตรวจสอบหลักฐานทางการเงิน หรือแคชเชียร์เช็คที่สั่งจ่ายเงินในการซื้อที่ดินต่อจากนายศุภชัย ซึ่งนายนันทวัฒนให้การว่า ได้ทำสัญญาซื้อที่ดินดังกล่าวไว้ 9 แปลง โดยระบุราคาแปลงละประมาณ 5 ล้านบาท โดยซื้อที่ดินดังกล่าวในราคาที่สูงกว่าราคาประเมินของตลาดทั่วไป แต่ได้ที่ดินเพียง 8 แปลง เนื่องจากอีกแปลงนั้น ทางดีเอสไอได้ทำการอายัดไว้ตรวจสอบก่อน
ทั้งนี้ นายนันทวัฒน ได้ให้การถึงการซื้อที่ดินดังกล่าวว่า เพื่อนำไปเป็นอาคารพยาบาลของสงฆ์
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการสอบปากคำในวันนี้ เพื่อต้องการดูเจตนาของน.ส.อลิสา ว่ามีเจตนาร่วมกัน ฟอกเงินกับนายศุภชัยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนจะต้องนำหลักฐานที่ทางทนายความนำมามอบให้ก่อน ซึ่งหากพบว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ ทางพนักงานสอบสวนจะนัดหมายให้น.ส.อลิสามาชี้แจงอีกครั้งต่อไป อย่างไรก็ตามเบื้องต้น ยังไม่สามารถสรุปอะไรได้ ต้องขอให้พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบก่อน







