posttoday
เสนอนายกฯตั้งคณะทำงานระดมทุกหน่วยงานแก้ภัยแล้ง

เสนอนายกฯตั้งคณะทำงานระดมทุกหน่วยงานแก้ภัยแล้ง

02 กรกฎาคม 2558

นักวิชาการ เสนอ "ประยุทธ์" เร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการ

นักวิชาการ เสนอ "ประยุทธ์" เร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการ 

คณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย จัดเสวนาเรื่อง “จัดการท่วม-แล้ง อย่างไร ไม่ตื่นตระหนก” เนื่องจากปัญหาน้ำท่วม และปัญหาภัยแล้ง โดยมุ่งเน้นไปที่สถานการณ์ภัยแล้งในระยะนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมในวงกว้าง เพื่อเสนอข้อสรุปต่อภาครัฐในการดำเนินการปรับแก้ไขต่อไป

นายสิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาแล้งในหลายพื้นที่ เกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในเขื่อนน้อยกว่าปกติ รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำของประเทศไม่บูรณาการร่วมกัน ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนขาดการร่วมมือจากระดับจังหวัดและระดับลุ่มน้ำ

ทั้งนี้ทาง วสท.จึงมีแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ต้องตั้งคณะทำงานเพื่อให้ทุกหน่วยงานร่วมกับรับผิดชอบ วางแนวทางที่ประสานกัน ให้มีการสั่งการที่ชัดเจนลงสู่ส่วนกลาง ไปจนถึงระดับจังหวัด 2.ดำเนินการแก้ไขวิกฤตขาดแคลนน้ำ โดยให้ความสำคัญแก่น้ำอุปโภคบริโภค ตามด้วยน้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่ออุตสาหกรรม เช่น กรมชลประทาน ต้องบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเพื่อผลักดันน้ำเค็ม กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเจาะบ่อบาดาลเพิ่มให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ในพื้นที่ต่างจังหวัด

3.แก้ไขวิกฤตในเชิงสังคม ด้วยการให้ข้อมูลที่เป็นจริงหรือข้อมูลความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบต่อเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปีไปแล้ว พร้อมกับรณรงค์ให้ประชาชนเห็นคุณค่าของน้ำ ด้วยการใช้น้ำอย่างประหยัด รวมถึงสำรองน้ำไว้ใช้ในครัวเรือน ส่วนแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว ควรมีการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการน้ำของประเทศทุกมิติ ด้วยการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ที่อยู่ระหว่างเสนอเข้าสู่สภาปฏิรูปแห่งชาติ

นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า การวางแผนจัดการรับมือในช่วงฤดูฝน จะมีการสำรองน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้ถึง  1,100 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำ และน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศ จึ้งต้องสำรองน้ำไว้ใช้รวมทั้งิส้นจำนวน 3,900 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยควบคุมความเค็มไม่ให้เกิน 0.25 กรัม/ลิตร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม การส่งน้ำทางกรมชลประทานต้องส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่ม เพื่อให้ชาวนาได้เก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.ไม่ให้เกิดความเสียหาย แต่ปรากฏว่าเกษตรกรไม่เชื่อฟังแผนที่วางไว้เกิดการปลูกข้าว รวมถึงกักตุนน้ำ ฉะนั้นน้ำที่อยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาจึงหายไป อีกทั้งพายุในปีนี้มีจำนวนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยจากสถิติที่เคยเกิดขึ้นในช่วงนี้ 1-2 ลูกเนื่องจากอิทธิพลจากปรากฏการเอลนีโญ่ทำให้ปีนี้ฝนตกเฉลี่ยน้อยกว่า 10% สุ่มเสี่ยงเกิดผลกระทบต่อพื้นที่นากว่า 8 แสนไร่

ทั้งนี้ ขอเสนอให้ 1.สร้างถังเก็บน้ำจากแม่กลอง เพื่อทำให้การประปามีน้ำมากขึ้น 2.แก้ปัญหาน้ำเสียที่ผสมเข้ามาพร้อมกับน้ำฝน ทำให้ค่าความเค็มเพิ่มขึ้น 3.คาดว่าอีก 100  วันที่ฝนจะตกลงมาเกษตรกรจะต้องพิจาณราว่าจะปลูกข้าวหรือไม่  ส่วนแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว ควรมีการจัดการแหล่งกักเก็บน้ำต่อไปเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี

นายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1ม.ค.-21มิ.ย. มีฝนตกลงมาเฉพาะจุดในภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกเท่านั้นซึ่งยังถือว่าไม่มากพอ และ คาดว่าในเดือนก.ค.นี้ จะเริ่มมีฝนเข้ามาทางจ.เชียงราย ขณะที่เดือน ส.ค.-กย.จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นมากที่สุด แต่ในเดือน ต.ค.ฝนจะเริ่มแผ่วลงและจางหายไป

นายอดิศักดิ์ จันทะวิชานุวงศ์ ตัวแทนลุ่มน้ำภาคกลาง กล่าวว่า ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาที่กำลังขาดแคลนน้ำ ส่วนหนึ่งเกิดจากชาวนาไม่เชื่อตามที่รัฐบาล และ กรมชลประกาศ ลดการปลูกข้าวนาปรังต่อด้วยการประกาศเลื่อนนาปี ซึ่งมีการปลูกข้าวแล้วกว่า 4 ล้านไร่ ทำให้ชาวนาต้องพยายามหาแหล่งน้ำ มีการขุดลอกดึงน้ำไปใช้ในไร่นา ทำให้ขณะนี้น้ำไม่เหลือในบึงบรเพชรแล้ว

“ชาวนาหลายพื้นที่เตรียมใจรับสภาพความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอีก 3-7 วันนี้หากยังไม่มีน้ำเพื่อการเกษตร จึงอยากเรียกร้องให้ผลักดันกฎหมายทรัพยากรน้ำอย่างจริงจัง ทุกวันนี้ชาวนากำลังทะเลาะกันเพราะน้ำจากเขื่อนแห่งหนึ่งในจ.อุทัยธานี ถูกกั้นให้เลี้ยงไปจ.ชัยนาท เข้าสู่โรงงานนำตาล ซึ่งเรื่องนี้ชาวนาต้องการคำตอบ” นายอดิศักดิ์ กล่าว

นายเชาวรินทร์ กิ่งแก้ว รองผู้ว่าการประปานครหลวง กล่าวว่า ขณะนี้กำลังการผลิตน้ำอยู่ที่ 5.2 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน ซึ่งดึงน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 3.9 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน ลดเหลือ 3.6 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน จากสาเหตุที่น้ำในเขื่อนมีน้อย ซึ่งกำลังการผลิตที่ลดลงไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของคนกรุงเทพฯ

“สิ่งที่การประปาเป็นห่วงมากที่สุดคือ น้ำจะลงมาถึงการประปานครหลวงหรือไม่เพราะต้องการให้น้ำเจือจางความเค็มลง ยอมรับว่าการประปายังไม่สามารถนำความเค็มออกจากน้ำประปาได้ ดังนั้นจึงตั้งความหวังไว้ที่การลงทุนในโครงการระยะ 5 ปีเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก  8 แสนลูกบากศก์เมตร/วัน” นายเชาวรินทร์ กล่าว

อย่างไรก็ตามการประปาพยายามเก็บกักน้ำไว้ใช้ โดยจะสร้างพื้นที่เก็บน้ำอีก 3แสนลูกบาศก์เมตร/วัน รองรับการอุปโภคบริโภคได้ นอกจากนี้ขอให้ประชาชนสำรองน้ำไว้ประมาณ 60 ลิตร/ครัวเรือน เพื่อเป็นการเตรียมไว้ก็เชื่อว่าจะผ่านช่วงภัยแล้งนี้ไปได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท