
กรีซคุยกันต่อ
ทำเอาหวาดเสียวกันไปทั่วโลก หลังจากที่กรีซกลายเป็นหนี้เสียเรียบร้อยโรงเรียนยูโรโซน กับการผิดนัดชำระหนี้มูลค่า 1,600 ล้านยูโร แต่สิ่งที่ต้องบอกว่าเป็นสัญญาณบวกก็คือท่าทีของกรีซที่เริ่มอ่อนลงอย่างชัดเจน
ทำเอาหวาดเสียวกันไปทั่วโลก หลังจากที่กรีซกลายเป็นหนี้เสียเรียบร้อยโรงเรียนยูโรโซน กับการผิดนัดชำระหนี้มูลค่า 1,600 ล้านยูโร แต่สิ่งที่ต้องบอกว่าเป็นสัญญาณบวกก็คือท่าทีของกรีซที่เริ่มอ่อนลงอย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นการที่กรีซยื่นข้อเสนอในช่วงโค้งสุดท้ายของเงินช่วยเหลือก้อนใหม่จากยุโรปมูลค่า 2.91 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ระยะเวลา 2 ปี
ไม่ว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด ที่นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส แห่งกรีซส่งจดหมายถึงเจ้าหนี้ทั้งหลายว่ากรีซจะยอมรับเงื่อนไขในข้อเสนอของกลุ่มเจ้าหนี้เกือบทั้งหมด แต่มีบางจุดที่กรีซจะขอเปลี่ยนแปลง
เปลี่ยนแปลงอะไร นั่นล่ะครับ คือสิ่งที่เจ้าหนี้และกรีซต้องกลับมาคุยกันใหม่อีกรอบ แต่ที่แน่ๆ ก็คือในขณะนี้ดูเหมือนว่าการประชามติในวันที่ 5 ก.ค.นั้นอาจจะไม่มีขึ้นแล้ว ถ้าคุยและตกลงกันได้ในที่สุด
เนื้อหาสำคัญที่กรีซขอเปลี่ยนแปลงนั้นก็คือ ประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปในระบบบำเหน็จบำนาญเจ้าปัญหานั่นล่ะครับ โดยไซปราสได้ขอร้องว่า การปฏิรูประบบดังกล่าวที่ผ่านการตกลงเมื่อครั้งปี 2012 นั้น กรีซอยากจะให้ชะลอการปฏิรูปออกไปให้นานขึ้น โดยเฉพาะการจ่ายเงินระบบบำนาญที่ให้กับผู้เกษียณอายุที่มีฐานะยากจน โดยไซปราสอยากจะให้โครงการนี้สิ้นสุดไปในเดือน ธ.ค. 2019
แต่กระนั้น หากทำตามที่ไซปราสบอก กรีซก็จะยิ่งเสี่ยงกับการเจอปัญหาการขาดดุลงบประมาณมากขึ้นไปอีก นอกจากนั้นก็ยังมีประเด็นในการตัดลดรายจ่ายด้านกลาโหมด้วย ที่กรีซขอเลื่อนออกไปในปี 2017 แทนที่จะเป็นในปีนี้ตามที่เจ้าหนี้ร้องขอ
จะตกลงกันได้ หรือไม่ได้ ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมากลุ่มรัฐมนตรีคลังของยูโรโซนได้เริ่มการประชุมผ่านเทเลคอนเฟอเรนซ์กันแล้ว ผลจะเป็นอย่างไร ก็ต้องติดตามกันเช้านี้ตามเวลาในบ้านเรา
สิ่งที่น่าเป็นห่วงนั้น ก็คือข้อเรียกร้องของไซปราสนั่นล่ะครับ การขอขยายเวลา และการลดระบบบำเหน็จบำนาญนั้นถือว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายของกรีซทีเดียว แต่ทว่าในมุมมองของเจ้าหนี้นั้นที่ผ่านมากรีซมุ่งแต่จะรีดภาษีเพิ่มเท่านั้น แต่กลับไม่ลดรายจ่าย ถ้ายังเป็นเช่นนี้อยู่ กรีซก็ไม่มีวันหมดหนี้แน่นอนครับ







