posttoday
ตายน้ำตื้น

ตายน้ำตื้น

02 กรกฎาคม 2558

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

เป็นถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เคยผ่านงานสำคัญระดับชาติมาแล้ว แต่กลับไปพลาดท่าที่ญี่ปุ่น ถูกตำรวจระดับโนเนมจับได้ และอาจต้องติดคุกหัวโตที่นั่น รวมทั้งทำให้คนจำนวนมากพลอยเดือดร้อนไปด้วย ไหนจะเพื่อนร่วมคณะจำนวนหลายสิบคน ไหนจะทีมผู้บริหารสนามบินสุวรรณภูมิ

ผมเห็นมีหลายคนที่พอทราบเรื่องแล้วรู้สึกสะใจ และภาวนาให้ทางการญี่ปุ่นลงโทษทัณฑ์อย่างไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม แต่ก็คงต้องยอมรับกันนะครับว่า สังคมส่วนรวมของประเทศไม่ได้ประโยชน์ เรื่องแบบนี้มีแต่ทำให้ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศชาติเสียหาย

ตัวเอกของเรื่องเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ที่ถูกจับที่สนามบินนาริตะ ข้อหาพยายามพกอาวุธปืนขึ้นเครื่อง และพกปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสำหรับญี่ปุ่นเป็นข้อหาที่ร้ายแรงมาก

ผมขอพูดถึงเรื่องนี้ในแง่มุมของการวิเคราะห์นะครับ ดังนี้

หนึ่ง แรงจูงใจ เชื่อว่าการพกปืนติดตัวไปญี่ปุ่นครั้งนี้คงไม่มีเจตนาจะเอาไปทำร้ายใคร แต่มีไว้เพื่อป้องกันตัว โดยอาจเกรงว่าจะถูกลอบทำร้าย ส่วนเรื่องที่บอกว่าเป็นเพราะความเคยชินจนทำให้ลืม เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะการเดินทางแบบนี้ต้องมีการเตรียมตัวและการจัดกระเป๋า หรือถึงจะเป็นเรื่องจริง ก็น่าจะรู้ตัวหรือตรวจพบที่สุวรรณภูมิ ไม่ใช่ที่นาริตะ

มีอีกทฤษฎีที่บอกว่าปืนกระบอกนี้หายไปนาน มารู้ตัวว่าไม่ได้หายไปไหนเมื่อถูกตำรวจญี่ปุ่นจับ ทฤษฎีนี้ก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะหากอยู่ในกระเป๋าที่ไม่ได้เปิดมานาน เหตุใดจึงเอากระเป๋านี้ติดตัวไปด้วย หรือถึงจะจริงก็ไม่น่าผ่านสุวรรณภูมิออกไปได้เช่นกัน

สอง สาเหตุที่กล้าทำ เข้าใจว่าเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์มากกว่าอย่างอื่น เพราะขาไปอาจจะเป็นเรื่องง่าย เนื่องจากมีเส้นสายสารพัด แต่ขากลับเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่ากันมาก ครั้นจะทิ้งถังขยะเหมือนถุงเท้าเก่าๆ ก่อนออกจากโรงแรมก็อาจจะเสียดาย หรือเกรงว่าจะมีคนเก็บได้และสร้างความยุ่งยากให้ในภายหลัง เพราะโดยทั่วไปปืนมีเลขทะเบียน ตรวจสอบได้ว่ามาจากไหน ใครเป็นเจ้าของ ถึงจะอยู่
ในชื่อคนอื่น ก็อาจจะถูกเชื่อมโยงจนได้ เว้นเสียแต่จะเป็นปืนเถื่อนที่ไม่เคยจดทะเบียนที่ไหนมาก่อน

แต่แน่นอนว่า ถ้าคิดว่าจะถูกจับก็คงทิ้งไปแล้ว เกิดเรื่องภายหลังก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่รู้ไม่เห็น อาจเป็นของคนไทยคนอื่นที่แทบจะเดินชนกันตายในโตเกียวก็เป็นได้

ที่บอกว่าขาไปเป็นเรื่องง่าย ผมหมายถึงทั้งที่สุวรรณภูมิและที่นาริตะ กล่าวคือ ที่สุวรรณภูมิเข้าใจว่าเครื่องที่ส่งเสียงร้องเมื่อตรวจพบโลหะมีเพียงเครื่องที่คนเดินผ่านเท่านั้น ส่วนเครื่องเอกซเรย์และเครื่องซีทีเอ็กซ์ไม่ส่งเสียงร้อง จะผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งถ้ารู้กันล่วงหน้าก็ผ่านได้

พูดถึงเรื่องการใช้วิจารณญาณ ผมเคยเจอมากับตัวเอง มีครั้งหนึ่งหลังจากผ่านการตรวจเข้าไปแล้ว ผมพบว่าในกระเป๋ายังมีน้ำดื่มที่ผมลืมทิ้งอยู่ค่อนขวด ซึ่งเกินปริมาณของเหลวที่อนุญาตหลายเท่า

ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ ผมเข้าใจว่าในแต่ละวันมีเจ้าหน้าที่และพนักงานที่เดินเข้าออกโดยไม่ผ่านเครื่องสแกนจำนวนนับไม่ถ้วน หากจะมีใครอาสาถือเข้าไปให้ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจมากนัก

สำหรับที่นาริตะ ก็คงไม่ต่างจากสนามบินเกือบทุกแห่งทั่วโลก ที่การตรวจผู้โดยสารขาเข้าทุกวันนี้ลดความเข้มข้นลงไปมาก เกือบทุกคนสามารถเดินผ่านช่องสีเขียวที่เป็นช่องสำหรับผู้ที่ไม่มีของต้องสำแดงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีเจ้าหน้าที่มารับก็จะยิ่งสะดวกมากขึ้น

สาม ผู้บริหารสนามบินสุวรรณภูมิรีบออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวปฏิเสธความรับผิดชอบ หลายคนเห็นแล้ววิจารณ์ว่าเป็นการออกอาการร้อนรนจนเกินงาม ส่วนตัวผมเชื่อว่าการรีบออกมาสื่อสารกับสังคมเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเป็นไปในลักษณะของการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เป็นการแถลงข้อเท็จจริงเท่าที่ทราบและตรวจสอบได้ในเบื้องต้น และพร้อมที่จะรับผิดชอบหากตรวจสอบโดยละเอียดแล้วพบว่ามีการปฏิบัติงานที่ผิดพลาด หรือมีเจ้าหน้าที่ของสนามบินเข้าไปเกี่ยวข้อง

การด่วนสรุปว่าระบบของสนามบินไม่เป็นปัญหา โดยเอาหลักฐานเฉพาะเรื่องมาแสดง นอกจากจะไม่น่าเชื่อถือแล้ว ยังทำให้เกิดความระแวงว่าพยายามกลบเกลื่อนหรือปกปิดข้อเท็จจริงบางประการ เช่น เพื่อปกป้องบุคลากรระดับสูงของสนามบินบางคน

ต้องไม่ลืมว่า ตามรูปการณ์และความเป็นเหตุเป็นผล ปืนกระบอกนี้น่าจะไปจากเมืองไทยและผ่านสุวรรณภูมิออกไป หากไม่เป็นเช่นนั้นก็ต้องมีเหตุผลมาหักล้าง เช่น ทางการญี่ปุ่นสอบสวนแล้วออกมาให้ข่าวว่าเพิ่งซื้อมาจากร้านขายปืนในโตเกียว หรือเจ้าของปืนเป็นคนญี่ปุ่นที่ไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย เป็นต้น

นอกจากนี้ การรีบแก้ตัวยังอาจทำให้เกิดความผิดพลาด เช่น ที่บอกว่าภาพในกล้องวงจรปิดจะถูกเก็บไว้เพียง 3 วัน หลังจากนั้นจะถูกลบทิ้ง ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ เรื่องแบบนี้คนที่ไม่เชี่ยวชาญอย่างผมฟังเพียงผิวเผินอาจจะเชื่อ แต่ถ้าไปถามผู้เชี่ยวชาญ เขาบอกว่าแฟ้มที่ลบไปสามารถกู้คืนกลับมาได้ ซึ่งหากจริงก็จะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือทั้งหมดที่ผู้บริหารชุดนี้มี

ข้อสุดท้าย ผมอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการทำข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์ เรื่องแบบนี้หากพบข้อผิดพลาดแล้วทำการแก้ไข หรือพบช่องโหว่แล้วปิดช่องโหว่นั้นอย่างถาวร จะดีกว่าการพยายามกลบเกลื่อนเพื่อให้เรื่องเงียบและคนลืม หรือช่วยวิ่งเต้นเพื่อให้ทางการญี่ปุ่นเกรงใจ ไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต

ผมเชื่อว่าในที่สุดแล้วอาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบในการปฏิบัติงานที่สุวรรณภูมิและสนามบินอื่นๆ ในประเทศเพื่อให้เกิดความรัดกุม ที่สำคัญคือต้องทำให้เคร่งครัดมากขึ้น และมีข้อยกเว้นน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับความปลอดภัย และในเรื่องการขนสินค้าต้องห้าม

เรื่องนี้ควรถือเป็นเรื่องระดับชาติ เพราะเกิดขึ้นในต่างประเทศและเป็นข่าวไปทั่วโลก รวมทั้งเกี่ยวโยงมาถึงความเชื่อมั่นในระบบสนามบินของเรา การตั้งคณะกรรมการสอบสวนควรเป็นการตั้งโดยรัฐบาล กรรมการส่วนใหญ่และตัวประธานควรเป็นคนนอก ไม่ควรปล่อยให้ สตช. หรือการท่าอากาศยานชงเรื่องเองสรุปเอง เพราะจะถูกครหาว่าไม่โปร่งใสได้โดยง่าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท