
อัดการเมืองปล่อยน้ำจนแล้ง
นักวิชาการทีดีอาร์ไออัดนักการเมืองสั่งระบายน้ำทิ้งปี 2554 ต้นเหตุแล้งหนัก
นักวิชาการทีดีอาร์ไออัดนักการเมืองสั่งระบายน้ำทิ้งปี 2554 ต้นเหตุแล้งหนัก
นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในการเสวนาเรื่อง “การบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย:ข้อเสนอเชิงนโยบาย” ว่า การบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาที่เป็นระบบรวมศูนย์ และได้นักการเมืองที่ไม่มีความรู้ ไม่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาสั่งการทั้งหมด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดวิกฤตน้ำแล้งในปีนี้
“วิกฤตน้ำแล้งในปีนี้ ไม่ได้เกิดจากปรากฏการณ์เอลนินโญเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารน้ำที่ผิดพลาด โดยปล่อยให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงการบริหารน้ำในเขื่อนใหญ่เมื่อปลายปี 2554 โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ เสื่อมโทรม ขณะที่การบริหารที่ไร้เอกภาพ ไม่มีกฎหมายสั่งการ และการใช้ที่ดินที่ไม่มีการควบคุมโดยกฎหมายผังเมือง” นายนิพนธ์ กล่าว
นายนิพนธ์ ระบุว่า การที่นักการเมืองเข้ามาแทรกแซงการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนหลัก โดยเฉพาะการปรับลดระดับกักเก็บน้ำต่ำสุด (Lower rule curve) ลง เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกับในช่วงปลายปี 2554 และการปล่อยน้ำจากเขื่อนเป็นจำนวนมากเพื่อสนับสนุนให้ชาวนาปลูกข้าวนาปรังในช่วงที่มีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ส่งผลให้มีการระบายน้ำมากกว่าแผน และต่อมาในปี 2557 มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนน้อย ประกอบกับภาวะฝนไม่ตกจากปรากฏการณ์เอลนินโญ จึงทำให้เกิดวิกฤตภัยแล้งครั้งนี้
นายนิพนธ์ เสนอว่า การจัดการน้ำในอนาคตรัฐบาลจะต้องได้คนที่มีความรู้เข้ามาร่วมจัดการ เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน และต้องกล้าใช้อำนาจตัดสินใจลงทุนโครงการที่มีผลสำคัญต่อประเทศ เพราะในอนาคตรัฐบาลจะเจอปัญหาท้าทายในปี 2565 ที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นเป็น 2.77 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่ขณะนี้ไทยมีน้ำต้นทุนเพียง 2.4 หมื่นล้าน ลบ.ม.
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เห็นชอบให้กรมชลประทานตั้งงบประมาณเพื่อศึกษาโครงการผันน้ำจากแม่น้ำโขง และผันน้ำสาละวิน เพื่อเติมน้ำในระบบลุ่มเจ้าพระยาและภาคเหนือตอนบน-ล่างในระยะยาว







