
ประเด็นร้อน6ก.ค.
ประเด็นร้อนในวันที่ 6 ก.ค. คงหนีไม่พ้นประเด็นทางการเมืองและเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชน
ประเด็นร้อนในวันที่ 6 ก.ค. คงหนีไม่พ้นประเด็นทางการเมืองและเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชน
1.เรื่องการยกเลิกหรือไม่ยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องชั่งใจให้หนักในการพิจารณาตามข้อเสนอของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่เสนอให้คงต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 24 จังหวัด เพราะได้รับรายงานเชิงลึกว่ายังมีขบวนการใต้ดินจ้องสร้างสถานการณ์ความไม่สงบอยู่ ซึ่งต้องเกาะติดว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะตัดสินใจอย่างไร ท่ามกลางแรงกดดันจากองค์กรสิทธิมนุษยชนที่เรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
2.เป็นที่จับตากันทั้งวงการการเงินว่าบุคคลใดจะคว้าเก้าอี้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ไปครอง ดังนั้น ในการประชุม ครม.วันนี้ต้องลุ้นว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะแจ้งชื่อบุคคลใดให้ ครม.รับทราบ ซึ่งตอนนี้ นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ธปท. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และนายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง ต่างรอลุ้นกันตัวโก่ง
3.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน เตรียมหารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาว่าหากผู้ประกอบการรายใดปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2554 น่าจะได้รับการลดภาษีจากรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้รับการร้องขอมาจากผู้ใช้แรงงานให้ช่วยหาช่องทางขยับขึ้นค่าจ้างแรงงานให้สอดคล้องกับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการประจำ
เรื่องนี้สอดคล้องกับการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ได้ตั้งคณะทำงานศึกษาการปรับโครงสร้างค่าแรงในภาคอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับลักษณะการทำงานของแรงงาน ซึ่งคาดว่าจะทำให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งต้องดู ครม.จะขานรับเพียงใด
4.ปัญหาราคาน้ำตาลแพงและขาดแคลน ซึ่งยืดเยื้อมานานหลายเดือน โดยยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายได้เมื่อไหร่ เพราะมีการเรียกร้องให้หาน้ำตาลป้อนเข้าสู่ตลาดเพิ่มนั้น ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมรับปากจะซื้อน้ำตาลโควตาส่งออก (โควตา ค) คืน 1 ล้านกระสอบ เพื่อแก้ปัญหาการขาดตลาด โดยวันที่ 6 ก.ค. เวลา 10.30 น. นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้จัดแถลงรายละเอียดในการซื้อคืนน้ำตาล ตลอดจนรูปแบบในการกระจายน้ำตาลไม่ให้ซ้ำรอยโครงการของกระทรวงพาณิชย์ก่อนหน้านี้ ที่ได้รับการจัดสรรน้ำตาล|เพิ่มไปถึง 1 ล้านกระสอบ แต่ก็ไม่สามารถกระจายถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะในต่างจังหวัดได้อย่างทั่วถึงจนกลายเป็นประเด็นโจมตีกันไปมาระหว่างสองกระทรวงอย่างเผ็ดร้อน
5.เรื่องแก้ปัญหาไข่แพงต้องรอดูผลหลังการประชุม ครม. ในวันนี้เสร็จ ราคาไข่จะเด้งลงตามมาตรการที่นาย|กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) นำเสนอ ครม. ให้รับทราบตามแผนแก้ไขปัญหา 3 ระยะ คือ ระยะสั้น เร่งเพิ่มปริมาณไข่ในท้องตลาด โดยยืดอายุไก่ไข่สาวต่อไปอีก 4 สัปดาห์ ระยะกลาง เร่งปรับปรุงโครงสร้างบอร์ดไข่ภายใน 60 วัน และระยะยาว การกำหนดโควตากลางปี 2554 ได้จริงหรือไม่
6.ครม.ตั้งไข่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ไปแล้วหลายสัปดาห์ ในที่สุดนายคณิตก็ทำคลอดรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน ให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ ซึ่งต้องจับตากันว่าหน้าตาคณะกรรมการชุดนี้แต่ละคนจะออกมาดูดีสมราคาที่นายกรัฐมนตรีมอบความไว้วางใจวางตัวนายคณิตให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน สร้างความปรองดองในชาติให้เกิดขึ้นได้หรือไม่
7.ฟัดกันมันหยดระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กรณีปัญหาบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (สมาร์ตการ์ด) ที่ส่งกลิ่นตุๆ พลอยทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนต้องใช้บัตรเหลืองที่ล้าหลัง ซึ่งในวันนี้ทางตัวแทนกระทรวงไอซีทียกคณะ นำโดยนายวิริยะ มงคลวีราพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในฐานะประธานสมาร์ตการ์ด กับนายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ รองปลัดกระทรวง ไปชี้แจงต่อกฤษฎีกาช่วยตีความประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ข้อยุติ







