posttoday
โอกาสเปิดพลังนักศึกษา

โอกาสเปิดพลังนักศึกษา

02 กรกฎาคม 2558

ปฏิกิริยาสังคมต่อการควบคุมตัว 14 นักศึกษา-นักกิจกรรม กำลังกลายเป็น “แรงบีบ”

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ปฏิกิริยาสังคมต่อการควบคุมตัว 14 นักศึกษา-นักกิจกรรม กำลังกลายเป็น “แรงบีบ” ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ​ระมัดระวังตัวมากขึ้นในการควบคุมสถานการณ์ ท่ามกลางการจับตาว่านี่จะเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ​หรือไม่

จากเดิมที่หลายฝ่ายประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่​ “นักศึกษา” จะสามารถปลุกกระแสต้านรัฐประหาร ถึงขั้นสั่นคลอนเสถียรภาพ คสช.ได้

สะท้อนผ่านกิจกรรมในช่วงแรกหลังรัฐประหารที่​ยัง “จุดไม่ติด” ทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมและการตอบรับของสังคม แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นก้าวแรกที่สามารถสร้างการรับรู้ว่ายังมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารและเคลื่อนไหวต่อต้านคัดค้านต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

อีกด้านหนึ่ง​กระบวนการนักศึกษาเวลานี้ยังขาดความเป็นเอกภาพและความเข้มแข็ง ต่างจากอดีตที่เคยเป็นพลังนำไปสู่จุดเปลี่ยนในสังคม 

อีกทั้งบทเรียนที่ผ่านมาทำให้ คสช.รีบตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐประหารต้องเสียของ และทำให้ทุกอย่างวนกลับไปซ้ำรอยเดิม ​

การเคลื่อนไหวต่างๆ ถูกปิดกั้น สะเทือนไปถึงกลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจ และนโยบายของรัฐบาล คสช. ต้องถูกปิดปากไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวเพราะกลัวจะเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มป่วนใช้เป็นข้ออ้างทำตาม

​​แน่นอนว่า กลุ่มการเมือง ขั้วอำนาจเก่า ไปจนถึงกลุ่มต่อต้านรัฐประหาร ทั้งบนดิน ใต้ดิน ถูกสกัดไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหว อย่างเข้มงวด แม้แต่แกนนำที่ออกมาแสดงความคิดเห็นยังถูกเรียกตัวไปปรับทัศนคติหลายรอบ

ส่งผลให้อดีตพลพรรคเพื่อไทย และเสื้อแดง ต้องเก็บเนื้อเก็บตัว นับวันรอเลือกตั้งครั้งต่อไป ยังไม่รวมกับเงื่อนไขเรื่องท่อน้ำเลี้ยงที่เหือดแห้ง หรือกระบวนการขู่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หรือขุดคุ้ยแผลเก่าที่ทำให้การเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วนต้องปิดฉากลงไป

นี่จึงถือเป็นโอกาสเปิดสำหรับ “นักศึกษา” ซึ่งเชื่อว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ ออกมาเคลื่อนไหวด้วย​จุดยืนไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร ในวันที่กลุ่มอื่นๆ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แม้จะถูก “ดิสเครดิต” ว่ามีกลุ่มการเมืองให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

ทว่า กระแสสังคมเริ่มเห็นว่าการตั้งข้อหา ​14 นักศึกษา และนักกิจกรรม อาจเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ​ เพราะการตั้งข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่ง​ คสช.​ และ​ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116​​ และ 83 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างน้อย 3 ปี อาจรุนแรงเกินกว่า ความผิดที่เกิดขึ้นจากการออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร ที่อย่างน้อยก็เป็นสิทธิการแสดงออกขั้นพื้นฐาน

ยังไม่รวมกับประเด็นกระบวนการพิจารณาคดีที่จะต้องเข้าขั้นตอนในศาลทหาร จนเป็นเหตุให้นักศึกษายืนยันขอต่อสู้ในศาลพลเรือนปกติเท่านั้น

การคุมตัว 14 นักศึกษารอบนี้ ยังปลุกให้แนวร่วมอื่นๆ ประกาศตัวมายืนอยู่ฝั่งนักศึกษา ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเล็กๆ อีกต่อไป และส่งผลให้กระบวนการพิจารณาคดีนับจากนี้จึงเต็มไปด้วยความเปราะบาง

​เริ่มตั้งแต่ 281 อาจารย์ ในนามเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง เรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 นักศึกษาทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่ให้มีการตั้งข้อหา เพราะตอกย้ำย้อนไปถึงที่มาของรัฐประหารไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่ต้น

ไปไกลถึงต่างประเทศเมื่อกลุ่มนักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน จัดกิจกรรมรณรงค์ปล่อยตัวนักกิจกรรม-นักศึกษา ​

ตอกย้ำด้วยสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ UN OHCHR ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ออกเเถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีอาญากับนักศึกษาที่ถูกจับกุมและขอให้ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวทันที

ไม่ต่างจากสหภาพยุโรปที่คัดค้านการพิจารณาคดีโดยศาลทหา​ร แถมเน้นเรื่องการปฏิบัติตามข้อผูกพันของประเทศไทย ภายใต้กติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง

​​ทุกอย่างบีบคั้นจน พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ออกมาส่งสัญญาณเตรียมหาทางออกด้วยการเปิดช่องทางการพูดคุยเพื่อให้เกิดการยุติ

เมื่อด้านหนึ่งหากเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายก็จะไม่เป็นผลดีกับทั้งนักศึกษาและจะเป็นแรงกดดันที่ย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้ คสช.ที่รุนแรง แต่หากปล่อยปละไม่ดำเนินคดีก็จะเป็นตัวอย่างให้กลุ่มป่วนอื่นๆ ทำตามในอนาคต

ทว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาที่เริ่มผนึกกำลังในนามกลุ่มประชาธิปไตยใหม่นี้ยังยืนยันจะเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ไม่ได้หวั่นเกรงคำสั่ง คสช. หรือการจับกุมคุมขัง

แม้ตรงนี้จะเป็นโอกาสเปิดสำหรับกระบวนการนักศึกษาที่จะได้กลับมาเบ่งบานอีกครั้ง แต่​จุดเสี่ยงอยู่ที่อาจมีกลุ่มการเมือง ขั้วอำนาจเก่า ซึ่งไม่อาจเคลื่อนไหวได้เอง​หาช่องเข้ามาแทรกซึม​สนับสนุนหรือแทรกแซงเพื่อหวังขย่ม คสช. แต่นั่นจะทำให้พลังบริสุทธิ์เสียหายในที่สุด 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท