posttoday
4 แนวทางยั่งยืน

4 แนวทางยั่งยืน

01 กรกฎาคม 2558

กว่าปีที่ผ่านมา ERS หรือ “กลุ่มปฏิรูปพลังงานอย่างยั่งยืน” ได้เดินสายพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ ตั้งแต่ภาครัฐ (คสช.) ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ จนถึงภาคประชาชน อีกทั้งได้ร่วมอภิปรายในเวทีสาธารณะใหญ่ๆ หลายครั้ง

กว่าปีที่ผ่านมา ERS หรือ “กลุ่มปฏิรูปพลังงานอย่างยั่งยืน” ได้เดินสายพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ ตั้งแต่ภาครัฐ (คสช.) ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ จนถึงภาคประชาชน อีกทั้งได้ร่วมอภิปรายในเวทีสาธารณะใหญ่ๆ หลายครั้ง

แม้ไม่สามารถสร้างกระแสสังคมได้มากอย่างฝ่าย “ทวงคืนพลังงาน” แต่ด้วยน้ำหนักของข้อเท็จจริงและการมองผลกระทบที่รอบด้าน ปรากฏว่าหลายสิ่งที่รัฐบาลได้ทำและดำริมีความสอดคล้องกับแนวทางที่กลุ่มได้นำเสนอ  นอกจากนี้ ERS ได้สร้างแนวร่วมที่กว้างขวางขึ้น ทั้งๆ ที่ใครก็ตามที่มาร่วมจะเผชิญความเสี่ยงต่อการกล่าวหาว่ารับใช้ทุนสามานย์บ้าง ขายชาติบ้าง

ในงานแถลงข่าวครบรอบ 1 ปีของ ERS เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวแนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ  ที่ ERS รู้สึกเป็นเกียรติและได้กำลังใจมากที่สุด คือ นพ.วิชัย โชควิวัฒน นักต่อต้านคอร์รัปชั่น-ผู้อาวุโสภาคประชาชน ที่ได้เคยศึกษาติดตามเรื่องพลังงานมานาน อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เคยกล่าวถึงท่านว่า “เขาเป็นคนจริง ที่อุทิศตนเพื่อความถูกต้อง ดีงามมาโดยตลอด ...กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำอะไรๆ นอกกระแส”

นพ.วิชัย ได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ERS “เป็นกลุ่มผู้รู้จริงเรื่องพลังงาน ความรู้สำคัญเหลือเกิน ...สำคัญที่สุด ต้องให้สังคมเข้าใจด้วย” จากคำแนะนำที่มีคุณค่านี้  ERS จึงเสนอแนวทางปฏิรูปพลังงานที่ยั่งยืนในกรอบใหม่ที่น่าจะช่วยให้สังคมเข้าใจได้มากขึ้นในงาน “ผ่าความจริงพลังงาน” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  โดยมีความ “ใกล้ตัว” มากขึ้น เป็น “วิชาการ” น้อยลง กรอบนี้แบ่งเป็น 4 แนวทาง ซึ่งจะขยายความส่วนแรกได้บ้างในสัปดาห์นี้ 

1.ขจัดคอร์รัปชั่นและสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารพลังงาน  

1.1.เพิ่มการแข่งขันในธุรกิจพลังงาน

แก้ไข พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าให้เลิกยกเว้นรัฐวิสาหกิจที่แข่งขันกับเอกชน และให้มีคณะกรรมการกำกับดูแล (Regulator) ที่เข้มแข็ง และปราศจากประโยชน์ทับซ้อน Regulator ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น รวมถึง พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงานด้วย

สร้างการแข่งขันในส่วนที่มีการผูกขาดโดยธรรมชาติ โดยแยกท่อก๊าซออกจาก ปตท. และเปิดให้บุคคลที่สามเข้ามาใช้บริการ (Third Party Access) กับแยกสายส่งไฟฟ้าและการบริหารระบบให้เป็นอิสระ ทั้งนี้คาดว่าจะทำให้โรงไฟฟ้าที่ต้นทุนต่ำได้ผลิตเข้ามาขายในระบบมากขึ้น ทำให้ค่าไฟฟ้าของผู้บริโภคถูกลง

ให้ ปตท.ลดการถือหุ้นในโรงกลั่นเพื่อลดความเชื่อมโยงของกำลังกลั่นส่วนใหญ่กับ ปตท. ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วในกรณีของบางจาก ซึ่ง ปตท.ขายหุ้นให้กับกองทุนประกันสังคมและกองทุนวายุภักษ์ และจะมีการกระจายหุ้น ปตท.ในโรงกลั่น SPRC เมื่อบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ช่วงปลายปีนี้

1.2.ลดการแทรกแซงแสวงประโยชน์โดยมิชอบ

ภาครัฐต้องแยกการกำกับดูแล กำหนดนโยบาย การดำเนินการ และการดูแลผลประโยชน์ของรัฐในฐานะเจ้าของ-ผู้ถือหุ้นออกจากกัน เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการรวบอำนาจ 

การแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจต้องโปร่งใสและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ข้าราชการจะเป็นกรรมการต้องไม่มีบทบาท-อำนาจที่สามารถให้คุณรัฐวิสาหกิจหรือให้โทษคู่แข่งได้ และควรรับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ส่วนเกินให้นำส่งคลังเข้าใจว่าคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (Super Board) กำลังทำข้อเสนอแนวนี้อยู่

1.3.ไม่สร้างองค์กรใหญ่ ไม่ให้รัฐมีบทบาทมากเกินจำเป็น

ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ควรเลี่ยงระบบแบ่งปันผลผลิต มีขั้นตอนให้ภาครัฐอนุมัติรายละเอียดการดำเนินงานของเอกชน เพราะจะเปิดช่องให้ระดับสูงแทรกแซงในการจัดซื้อจัดจ้าง ระดับล่างก็มีโอกาสเรียกใต้โต๊ะมาก นอกจากนี้ จะมีต้นทุนขององค์กรที่ใหญ่ รวมทั้งความล่าช้าในกระบวนการ ซึ่งไม่เหมาะกับประเทศไทยที่มิได้เป็นแหล่งผลิตใหญ่ระดับโลก

บรรษัทน้ำมันแห่งชาติตามที่มีการเสนอนั้น เป็นองค์กรที่รวบอำนาจเบ็ดเสร็จในตัว เพราะเป็นทั้งผู้ให้สิทธิการสำรวจ ผู้กำกับดูแล และผู้ปฏิบัติการ จะเป็นโครงสร้างที่ไม่โปร่งใส ไม่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการที่ดี  นอกจากเสี่ยงเรื่องคอร์รัปชั่นแล้ว ยังอาจนำไปสู่การบริหารปิโตรเลียมที่ล้มเหลว อย่างในเวเนซุเอลา หรือมีปัญหามากอย่างในอินโดนีเซียหรือบราซิลได้

1.4.เพิ่มบทบาทภาคประชาสังคมอย่างเป็นทางการ 

ให้มีสำนักงานสารสนเทศพลังงานที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลพลังงานที่ถูกต้อง ครบถ้วน เข้าใจง่าย และเป็นที่ยอมรับ อย่างเช่น EIA ของสหรัฐ เพื่อแก้ปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกิดความเกลียดชัง

ประเทศไทยควรเข้าร่วม EITI หรือโครงการเพื่อความโปร่งใสในการสกัดทรัพยากร (Extractive Industries Transparency Initiative) ซึ่งจะมีคณะทำงานไตรภาคีระดับชาติ ประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามที่เคยเล่าในคอลัมน์นี้ EITI จะช่วยคืนความไว้วางใจในสังคม และจะเพิ่มความโปร่งใสและการตรวจสอบที่จะช่วยให้การสกัดทรัพยากรธรรมชาติเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน  ทั้งนี้ นอกจากปิโตรเลียมแล้ว ระบบนี้จะครอบคลุมกิจกรรมเหมืองแร่อย่างเช่นทองคำด้วย

2.ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และให้ความเป็นธรรมผู้ใช้ทุกกลุ่ม – แก้มายาคติเกี่ยวกับการอุดหนุนราคาพลังงาน

3.สร้างประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความมั่นคงทางพลังงาน  

4.พัฒนาทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้เกิดและดำรงอยู่ได้ 

ดิฉันจะได้จะขยายความ 3 แนวทางหลังในสัปดาห์ต่อไป และจะเล่าถึงเหตุการณ์ถาม-ตอบในงาน “ผ่าความจริงพลังงาน” ที่น่าสนใจด้วย ...ดูรายละเอียดของข้อเสนอ ERS ได้ที่ www.facebook.com เพจ ERS

ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิใช่ขององค์กรใด

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์