
คำแนะนำของ ปรีดี พนมยงค์
ไม่แน่ใจว่าเมื่อการเมืองไทยเปิดออกอีกครั้ง ภูมิทัศน์การเมืองจะเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด
ไม่แน่ใจว่าเมื่อการเมืองไทยเปิดออกอีกครั้ง ภูมิทัศน์การเมืองจะเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด
ระหว่างรอให้ถึงวันนั้น ขอชวนท่านผู้อ่านย้อนอดีตไปหาช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ที่เปิดหน้าใหม่ให้แก่การเมืองไทย ด้วยคำถามว่า ผู้นำคณะราษฎรอย่างปรีดีมองเห็นความหมายอะไรในภูมิทัศน์การเมืองใหม่หลัง 14 ตุลา และด้วยความรู้สึกอย่างไร
เมื่อสภาพการณ์กลายเป็นว่า เหลือแต่เพียงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรคกิจสังคม และกลุ่มทายาทซอยราชครู ซึ่งล้วนแต่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองเก่าของท่าน ที่มีบทบาทโลดแล่นเป็นตัวหลักอยู่บนเวทีการเมืองที่กลับคืนเป็นประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ฝ่ายของท่าน ตัวท่านเอง และคนร่วมอุดมการณ์เช่นเดียวกันกับท่าน ต่างถูกกวาดออกจากเวทีการเมืองไปเกือบหมดแล้วตั้งแต่ทศวรรษ 2490 และทศวรรษ 2500
ที่ว่ามาข้างต้นนี้กล่าวเกินไปสักหน่อย เพราะมีฝ่ายอื่นในกระแสอื่น รวมทั้ง พคท. และจัดตั้งในเมืองโลดแล่นเคลื่อนไหวอยู่ในสังคมการเมืองหลัง 14 ตุลา กันอย่างคึกคักเช่นกัน แต่คงไม่ผิดที่จะกล่าวว่า ตัวเลือกที่มีน้ำหนักที่จะขึ้นไปใช้อำนาจรัฐในขณะนั้น ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ฝ่ายค้านขวัญใจประชาชน และคุณชายพี่น้องแห่งราชสกุลปราโมช และกลุ่มราชครู
ความรู้สึกลึกๆ ของท่านขณะนั้นในฐานะอดีตผู้นำคณะราษฎรผู้เหลือรอดอยู่แต่เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว จะเป็นเช่นไร ข้าพเจ้าตอบไม่ได้ถนัด แต่คำเตือนของท่านที่อยู่ในวารสาร อมธ. ฉบับ 10 ธ.ค. 2516 พอจะสะท้อนได้ว่า ท่านมองเห็นอะไรในภูมิทัศน์ของสังคมการเมืองไทยหลัง 14 ตุลา ที่จะเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตยที่เพิ่งเริ่มต้นได้อีกครั้ง
คำเตือนอันหนักแน่นของปรีดี คือ การจะทำให้ประชาธิปไตยตั้งมั่นได้นั้นต้องระวังคนที่ไม่ตั้งมั่นในประชาธิปไตย
“ต้องวิจารณ์อันเป็นลักษณะธาตุแท้ของบุคคลที่จะร่วมมือหรือมอบหมายในการรักษาและพัฒนาชัยชนะก้าวแรกของวีรชน คือ บางคนอาจแสดงความเป็นประชาธิปไตยชั่วขณะหนึ่ง แต่เมื่อถึงระยะที่จะพัฒนาชัยชนะต่อไปแล้ว ก็อาจจะดำเนินไปตามทัศนะอันเป็นซากแห่งความคิดเก่าของตนที่ตกทอดมา อันเป็นการบั่นทอนไปถึงรากฐานแห่งการที่จะรักษาชัยชนะที่ได้มาในก้าวแรกนั้นด้วย”
“ปัญหามิได้อยู่ที่ว่าถ้าผู้ใดเป็นทหารแล้วย่อมนิยมลัทธิเผด็จการ หรือผู้ใดเป็นพลเรือนแล้วย่อมสนับสนุนประชาธิปไตย ปัญหาอยู่ที่ซากทัศนะที่ตกค้างมา ยังคงฝังอยู่ที่บุคคลใด ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นทหารหรือพลเรือน ก็ทำให้บุคคลนั้นๆ ถือเป็นหลักนำดำเนินการปฏิบัติไปในแนวทางที่ต้องการหรือสนับสนุนให้มีระบบเผด็จการ ...”
ท่านยังมีคำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาอำนาจของประชาชนและ “ป้องกันมิให้อำนาจเผด็จการปฏิกิริยา” หวนกลับมาได้อีกว่า ประชาชน “ไม่อาจหวังพึ่งบุคคลใดแต่คนเดียว หรือคณะใดคณะเดียวเท่านั้นได้” แต่ต้องหาทาง “พึ่งพลังของมวลราษฎรเอง ซึ่งเป็นพลังอันแท้จริง”
แต่พลังประชาชนจะเกิดขึ้นมาได้จนเป็นเสียงที่มีน้ำหนักเสมอในสังคมการเมืองประชาธิปไตย และ “ดำรงอิสสราธิปไตยบริบูรณ์” ตามพระราชปรารภแห่งรัฐธรรมนูญฉบับ 10 ธ.ค. 2475 ก็ต่อเมื่อประชาชนมีพรรคการเมืองที่เป็นของมวลชนจริงๆ ที่ทำให้ประชาชน “มีศูนย์ที่มีการจัดตั้งที่เข้มแข็งทั้งในทางคุณภาพและปริมาณ”
พร้อมกันนั้น ปรีดีก็เตือนให้ระวังเหตุที่จะสร้างความอ่อนแอล้มเหลวของพรรคที่เป็นศูนย์จัดตั้งของประชาชนว่าจะมาจากเหตุสำคัญ คือ ความแตกแยกทางความคิดภายในพรรค ความแตกต่างทางความคิด และความขัดแย้งระหว่างสมาชิกพรรคเป็นของธรรมดา แต่สิ่งที่สำคัญคือ
“พรรคหรือศูนย์กลางแห่งขบวนการสามารถจัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งนั้นให้หมดหรือลดน้อยลงไปได้อย่างไร และรักษาส่วนที่ดำเนินตามอุดมคติของพรรค หรือของศูนย์นั้นไว้ได้หรือไม่ แทนที่จะผิดพลาดซ้ำอย่างคณะราษฎรที่ต้องสลายไป”
ท่านเน้นเป็นพิเศษว่าในการทำพรรคของมวลชน
“สิ่งที่จะช่วยให้พรรคหรือศูนย์ฯ ดำรงคงอยู่ได้ แม้มีข้อขัดแย้งภายในอันเป็นไปตามกฎธรรมชาตินั้น คือ การยึดมั่นในทัศนคติประชาธิปไตยสมบูรณ์เป็นหลักนำในการบรรลุถึงซึ่งเจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์” สมาชิกของพรรคที่เป็นของมวลชนต้องมี “ทัศนะสังคมที่เป็นประชาธิปไตยเป็นหลักนำทางจิตใจ” พร้อมที่จะ “สำรวจตนเองเนืองนิตย์เพื่อแก้ไขความผิดพลาดและหลงผิดของตนเอง และช่วยเพื่อนให้แก้ไข”
และในการทำงานของพรรค ควรมีเข็มมุ่งไปที่การสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ
“การมีระบบประชาธิปไตยทางการเมืองเท่านั้น แม้จะเป็นประโยชน์แก่ราษฎรส่วนมากดีกว่าไม่มีระบบประชาธิปไตยทางการเมืองเลยก็จริงอยู่ แต่ถ้าไม่มีระบบประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจด้วยแล้ว ราษฎรส่วนมากก็ไม่มีโอกาสในทางปฏิบัติที่จะใช้สิทธิประชาธิปไตยได้ เพราะคนส่วนน้อยที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจอยู่ในมือย่อมมีโอกาสดีกว่าในการใช้สิทธิประชาธิปไตยทางการเมือง”
ไม่ว่าใครจะขึ้นจะลงจากหลังเสือเมื่อไหร่ และอย่างไร โจทย์ของปรีดีข้างต้นยังคงรอการตอบให้เป็นจริงอยู่







