posttoday
อัยการทั่วประเทศลงชื่อค้านร่างรธน.มาตรา228

อัยการทั่วประเทศลงชื่อค้านร่างรธน.มาตรา228

01 กรกฎาคม 2558

อัยการเกือบ 500 คนทั่วประเทศร่วมค้านรัฐธรรมนูญมาตรา228 ชี้เปิดทางการเมืองแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้าย

อัยการเกือบ 500 คนทั่วประเทศร่วมค้านรัฐธรรมนูญมาตรา228 ชี้เปิดทางการเมืองแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้าย

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.เวลา 10.30 น.ที่ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นางชนิญญา ชัยสุวรรณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง เปิดแถลงข่าวกรณีการคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา 228  ว่า  ทางอัยการได้แสดงจุดยืนในการคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น ซึ่งขณะนี้รวบรวมรายชื่ออัยการแล้วประมาณเกือบ 500 คน โดยประเด็นแรกคือประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ซึ่งระบุว่ามาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการอัยการและไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรืออัยการสูงสุดนั้น  ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุไว้กว้างมาก ถ้าหากประธานก.อ.มาจากภายนอกก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร มาจากไหน  และประเด็นที่2คณะกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ) ที่ต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการอัยการ และไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการ  ซึ่งจากกรรมการอัยการทั้งหมด 15 คน ดังนั้นหนึ่งในสามจึงหมายความว่ามีกรรมการอัยการจากบุคคลภายนอก 5 ใน 15 คน หรืออาจจะเป็น 7 , 8 , 9 หรือ 10 คนในอนาคตก็ได้ เพราะร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มีบัญญัติไว้  

นางชนิญญา กล่าวอีกว่า  จากร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นหมายความว่าฝ่ายการเมืองสามารถแทรกแซงได้ทุกอย่าง ทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายอัยการ หรือแม้แต่การแต่งตั้งตัวอัยการสูงสุดเองด้วย เพราะว่าตำแหน่งอัยการสูงสุดนั้นก็จะต้องได้รับการคัดเลือก ก.อ.เช่นกัน เพราะว่าหากมีประธาน ก.อ.มาจากคนนอก ก็สามารถตั้งใครเป็นอัยการสูงสุดก็ได้  และอำนาจของอัยการสูงสุดสามารถสั่งคดีได้มากมาย รวมทั้งคดีนอกราชอาณาจักร และยังรวมถึงการลงโทษทางวินัยของอัยการด้วย แม้นักวิชาการจะอ้างว่าการที่เอาคนนอกมาเป็นประธานก.อ. โดยอ้างว่ามีข้อเคลือบแคลงสงสัยองค์กรอัยการ แต่ในความจริงแล้วก็มีหน่วยงานที่สามารถตรวจสอบได้หลายหน่วย เช่น ป.ป.ช. และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นว่าอัยการสูงสุดเคยถูกฟ้องดำเนินคดี ตนจึงตั้งข้อสังเกตุเหมือนกันว่าทางคณะกรรมาธิการต้องการอะไร     

นางชนิญญา กล่าวต่อว่า  ส่วนประเด็นที่ 3  คำสั่งชี้ขาดเกี่ยวกับคำสั่งฟ้อง ไม่ฟ้อง ถอนฟ้อง อุทธรณ์และฎีกา ของอัยการสูงสุด จะต้องแสดงเหตุผลประกอบการมีคำสั่ง รวมทั้งต้องให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้าถึงโดยง่าย และถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ ต้องให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วย  นั่นหมายความว่าจะต้องบอกเหตุผลทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการสั่งฟ้องคดี เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายผู้ต้องหาหรือจำเลยเพียงข้างเดียว  และหมายความว่าทนายจำเลยก็สามารถขอดูสำนวนและล่วงรู้คำสั่งของอัยการสูงสุดได้ด้วยเช่นกัน  อีกทั้งพยานในคดีก็จะถูกเปิดเผยและอาจไม่ได้รับคุ้มครองอย่างเต็มที่ด้วย

"ผู้ร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา 228 นี้  ต้องการเอาคนนอกมานั่งเป็นประธาน ก.อ. และยังให้มีก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่า 1ใน3  แต่อัยการเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ควรจะต้องอยู่ในความอิสระ มีความแข็งแรงในองค์กร ไม่ใช่อยู่อย่างหวาดกลัว คณะกรรมาธิการที่เป็นคนร่างเขียนอะไรให้เป็นเงื่อนไขให้ประชาชนลำบาก แต่หากวันหนึ่งร่างดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว และผู้ร่างก็กลับไปเป็นประชาชนคนธรรมดา เป็นอาจารย์ เป็นทนายความ ท่านก็จะลำบากด้วยหรือไม่ ตนจึงอยากให้คณะกรรมาธิการเห็นใจ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อประชาชน อย่าเอาความรู้สึกของท่านมาตัดสินคนทั้งองค์กร"นางชนิญญา กล่าว

ทั้งนี้ภายในช่วงบ่ายวันนี้จะนำจดหมายเปิดผนึก พร้อมแนบรายชื่ออัยการส่งไปให้กับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ  ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อให้พิจารณาต่อไป  

เมื่อถามว่าหากทางคณะกรรมาธิการฯยังคงยืนยันตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมจะดำเนินการอย่างไร นางชนิญญา กล่าวว่า  ขณะนี้ยังพอมีความหวังอยู่ และคิดว่าทางคณะกรรมาธิการคงไม่ยืนยันตามร่างฉบับเดิม ซึ่งประเด็นนี้เป็นจุดที่มีปัญหากับภาคประชาชน และคิดว่าภาคประชาชนจะช่วยกันลุกขึ้นมาแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามว่าทางนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ได้มีความเห็นอย่างไรบ้าง  นางชนิญญา กล่าวว่า ท่านอัยการสูงสุดได้เคยทำหนังสือคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว แต่ยังมีบางประเด็นที่ท่านคัดค้านไม่ครบถ้วน เช่นคำชี้ขาดของอัยการสูงสุด และการที่ให้ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ซึ่งเราคิดตรงกันที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้  เพียงแต่วิธีการดำเนินการและเหตุผลแตกต่างกัน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ทางอัยการสูงสุดได้เคยยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้ว 2 ครั้ง คือวันที่ 17 พ.ค. ถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงานเพื่อศึกษาร่างรัฐธรรมนูญ และวันที่ 27 พ.ค. ถึงประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง ข้อเสนอแนะของสำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งในมาตรา 228 ทางอัยการสูงสุดมีข้อเสนอแนะควรให้แก้ไขโดยเห็นว่า ผู้เคยเป็นข้าราชการอัยการในระดับรองอัยการสูงสุดขึ้นไป น่าจะเหมาะสมในการเป็นประธานกรรมการอัยการมากกว่า เพราะจะเข้าใจระบบการบริหารงานบุคคลข้าราชการอัยการ และประธาน ก.อ. ควรมาจากการเลือกตั้งของข้าราชการอัยการ จึงควรตัดคำว่า“หรือเคยเป็น” ออกเพื่อให้อดีตอัยการระดับรองอัยการสูงสุดขึ้นไปสามารถเป็นประธาน กอ.ได้ และกำหนดในรัฐธรรมนูญว่า  “ประธานก.อ.ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการเลือกตั้งจากข้าราชการอัยการ ซึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการอัยการและไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท