ตั้งปมฆ่าสมยศ แค้นทวงหนี้29ล.
การคลี่คลายคดีสังหาร นายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของคาเฟ่ชื่อดังย่านพระราม 9 เสียชีวิต บริเวณลานจอดรถร้านหูฉลาม ย่านถนนพัฒนาการ มีความคืบหน้าพอสมควร โดยตำรวจตั้งปมเหลือเพียงสองประเด็น คือ การติดหนี้พนันไพ่ 4 ล้านบาท และประเด็นวิ่งเต้นคดีจำนวน 25 ล้านบาท
การคลี่คลายคดีสังหาร นายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของคาเฟ่ชื่อดังย่านพระราม 9 เสียชีวิต บริเวณลานจอดรถร้านหูฉลาม ย่านถนนพัฒนาการ มีความคืบหน้าพอสมควร โดยตำรวจตั้งปมเหลือเพียงสองประเด็น คือ การติดหนี้พนันไพ่ 4 ล้านบาท และประเด็นวิ่งเต้นคดีจำนวน 25 ล้านบาท
พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำตัวนางศุภนิดา นรรัตน์ อายุ 48 ปี คนสนิทของนายสมยศ และเป็นผู้ประสานงานด้านคดีระหว่างนายสมยศ และลูกความมาสอบปากคำ โดยให้การว่า นายสมยศเปิดบริษัทเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และได้รับงานเคลียร์คดีมางานหนึ่ง โดยลูกความได้ให้เงินมาก้อนหนึ่ง แต่กลับหลอกนายสมยศนำเงินไปให้นายเล็ก สามีนำไปเล่นการพนันแทน
นางศุภนิดา ให้การว่า นายเล็กได้วางแผนให้ชักชวนนายสมยศไปเล่นการพนันที่บ้านพรรคพวกย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยนัดแนะกันว่าจะเป็นการรุมกินโต๊ะนายสมยศ เมื่อนายสมยศเล่นก็เสียพนันไปกว่า 4 ล้านบาท ก่อนจะสารภาพกับนายสมยศว่า เงินทั้งหมดที่ได้มาไม่เคยนำไปเดินเรื่องด้านคดีให้ เป็นเหตุให้นายสมยศโมโหสุดขีด จึงเริ่มทวงเงินคืนที่เสียให้ทั้งเรื่องวิ่งเต้นคดีและการเสียพนันจากนายเล็กรวม 29 ล้านบาท แต่นายเล็กปฏิเสธจะให้เงิน นายสมยศจึงติดต่อ เสธ.คนหนึ่งไปอุ้มนายเล็ก แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น
พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 กล่าวว่า จากการสอบสวนนางรัศมี สุธางค์กูร ภรรยาผู้ตาย ติดใจปมลอบสังหาร 3 ประเด็น ได้แก่ การพนัน ที่ดิน และยืมเงินดำเนินการเรื่องคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานบุคคล
ขณะเดียวกัน นางรัศมีซึ่งเดินทางมารับศพสามี ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ก่อนหน้านี้นายสมยศเคยมาเล่าให้ฟังว่ามีศัตรูที่ขัดแย้งรุนแรงและถูกปองร้าย โดยเฉพาะเรื่องการกู้ยืมเงิน โดยนายสมยศได้ส่งคนไปทวงหนี้ แต่ก็ยังไม่ได้คืน อย่างไรก็ตามครอบครัวยังอยู่ในความโศกเศร้าจึงไม่อยากพูดอะไรมาก


