posttoday
กรุงเทพฯ : 'นครห้างหรู' เสียมากกว่าได้

กรุงเทพฯ : 'นครห้างหรู' เสียมากกว่าได้

30 มิถุนายน 2558

ห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ ผุดขึ้นมากมายในช่วง 2-3 ปีมานี้ โดยเฉพาะตามเส้นรถไฟฟ้าของถนนสุขุมวิทที่ขึ้นชื่อว่ามีการจราจรหนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ ผุดขึ้นมากมายในช่วง 2-3 ปีมานี้ โดยเฉพาะตามเส้นรถไฟฟ้าของถนนสุขุมวิทที่ขึ้นชื่อว่ามีการจราจรหนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

สำนักข่าวดีพีเอของเยอรมนี ไม่พลาดที่จะหยิบยกประเด็นดังกล่าวมานำเสนอ โดยระบุว่า ห้างหรูหราที่เกิดขึ้นใหม่ในกรุงเทพฯ เหล่านั้น อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี แม้จากข้อมูลของมาสเตอร์การ์ด บริษัทบริการด้านการเงินระดับโลก จะประเมินว่า ห้างดังกล่าว จะสามารถทำเงินเข้าประเทศได้ก็ตาม โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายในกรุงเทพฯ มากถึง 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.96 แสนล้านบาท) ในปี 2015 นี้

อย่างไรก็ตาม ดีพีเอ ระบุว่า ห้างเหล่านั้นกำลังส่งผลกระทบด้านลบต่อการจราจร วิถีชีวิตของชุมชน และร้านค้ารายย่อย รวมถึงยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย และผู้บริโภคเองก็ยังไม่ตระหนักถึงผล
กระทบที่ตามมาดังกล่าว

ประการแรก ปัญหาด้านการจราจร ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทตั้งแต่สถานีหมอชิตถึงแบริ่ง มีห้างสรรพสินค้ามากถึง 31 ห้าง แม้จะมีเพียง 23 สถานีก็ตาม ส่งผลให้การจราจรในเส้นทางดังกล่าวหนาแน่น

ดีพีเอรายงานอ้างอดีตเจ้าหน้าที่ผังเมืองของไทย ว่า กรุงเทพฯ พยายามยกระดับตัวเองให้กลายเป็นเมืองระดับโลกที่มีตึกสูงมากมาย ซึ่งหมายรวมถึงโรงแรมและห้างหรูอีกด้วย และความพยายามดังกล่าวได้สร้างผลกระทบให้กับชุมชน

ในขณะเดียวกัน ดีพีเอยังรายงานอ้างผู้อยู่อาศัยในย่านทองหล่อมานานกว่า 10 ปี ว่า ชุมชนดั้งเดิมต้องรับมือกับผู้คนที่ล้นทะลักเข้ามา เนื่องจากจำนวนถนนและซอยของกรุงเทพฯ ยังคงมีเท่าเดิม แม้จะมีการก่อสร้างห้างและคอนโดมิเนียมมากขึ้นเรื่อยๆ

ประการถัดมา ปัญหาที่เกิดขึ้นต่อวิถีชุมชนและร้านค้ารายย่อย โดยดีพีเอรายงานอ้างอดีตเจ้าหน้าที่ไทยคนดังกล่าว ว่า การสร้างห้างใหญ่เป็นการบังคับให้ร้านค้ารายเล็ก รวมถึงชุมชนต้องปิดตัวลง

“เป็นเรื่องน่าเศร้าของคนเมืองที่ไม่ได้ร่ำรวย ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองเลย” ผู้อาศัยอยู่ในย่านทองหล่อรายหนึ่ง กล่าว

ประการสุดท้าย ปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม โดยข้อมูลของแม่โขงคอมมอน เว็บไซต์แบ่งปันข้อมูลการพัฒนาแม่โขง เปิดเผยว่า การใช้ไฟฟ้าใน 1 ปี ของห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางย่านสยามนั้นมากถึง 2 เท่า ของการใช้ไฟฟ้าทั้ง จ.เชียงใหม่

ในขณะเดียวกัน ประชาชนมีการรณรงค์เรียกร้องต่อ กทม.ให้ใช้พื้นที่มักกะสัน พื้นที่สีเขียวผืนสุดท้ายของกรุงเทพฯ ในการสร้างพิพิธภัณฑ์และสวนสาธารณะ แทนการสร้างห้างหรูหรือตึกสูง ที่มีผู้ลงนามในการรณรงค์ดังกล่าวมาถึง 2.5 หมื่นรายชื่อ แสดงให้เห็นถึงเสียงสะท้อนต่อผลเสียที่เกิดขึ้นกับชุมชน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า แม้การสร้างพิพิธภัณฑ์หรือสวนสาธารณะจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย แต่ผลตอบแทนต่อเจ้าของที่ดินยังคงไม่เพียงพอที่จะโน้มน้าวให้เจ้าของที่สร้างสถานที่เหล่านั้น และการสร้างคอนโดหรือห้างสรรพสินค้าก็มีความเสี่ยงน้อยกว่าการสร้างพิพิธภัณฑ์หรือสวนสาธารณะอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท