
ไทยสะเทือน หากเฟดเลื่อนขึ้นดอก
สำนักเศรษฐกิจหลายแห่งพร้อมใจมองกันเป็นเสียงเดียวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังน่าจะปรับตัวได้ดีขึ้น เพราะนอกจากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่ไหลลื่นขึ้นแล้ว ยังได้ปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 3 หรือ 4 ตามที่คาดการณ์ไว้ ก็จะยิ่งช่วยให้ค่าเงินบาทของไทยและทั่วภูมิภาคอ่อนค่าลงอีกมาก หนุนภาคการส่งออกที่ซบเซามาตลอดครึ่งปีแรกให้หยุดการติดลบต่อเนื่องได้
สำนักเศรษฐกิจหลายแห่งพร้อมใจมองกันเป็นเสียงเดียวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังน่าจะปรับตัวได้ดีขึ้น เพราะนอกจากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่ไหลลื่นขึ้นแล้ว ยังได้ปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 3 หรือ 4 ตามที่คาดการณ์ไว้ ก็จะยิ่งช่วยให้ค่าเงินบาทของไทยและทั่วภูมิภาคอ่อนค่าลงอีกมาก หนุนภาคการส่งออกที่ซบเซามาตลอดครึ่งปีแรกให้หยุดการติดลบต่อเนื่องได้
อย่างไรก็ตาม หากภาวะเศรษฐกิจโลกไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ เศรษฐกิจไทยที่ยังพึ่งพิงการส่งออกมากกว่า 60% ของจีดีพี ก็ยากที่จะฟื้นตัวตามคาดได้เช่นกัน โดยเฉพาะการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่เริ่มมีความเป็นไปได้มากขึ้นว่า เฟดอาจจะไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ภายในปีนี้
เพราะเงินเหรียญสหรัฐที่ทยอยปรับแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังกลายเป็นปัจจัยลบสำคัญที่ฉุดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐให้แย่กว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะในด้านของผลประกอบการบริษัทและการส่งออกสินค้าจำพวกเทคโนโลยี หลายบริษัทต่างรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกดีขึ้นน้อยกว่าที่คาด โดยให้เหตุผลเรื่องค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่ามากเกินไป
ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 31 มี.ค.เงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินหลักในตะกร้า จนส่งผลให้สหรัฐขาดดุลการค้าพุ่งสูงถึง 5.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือสูงสุดในรอบ 7 ปี การส่งออกลดลง 14% หรือลดลงมากที่สุดในรอบ 6 ปี จนทำให้เศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัวได้เพียง 0.7% เท่านั้น
ที่สำคัญ สหรัฐกำลังเจอแรงกดดันสำคัญเพิ่มขึ้นจากวิกฤตการณ์หนี้กรีซเขย่าโลก เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่า กรีซจะผิดนัดชำระหนี้ (Default) ไม่เจ้าหนี้รายใดก็รายหนึ่งแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ครบกำหนดชำระในวันนี้ หรือหนี้ครบกำหนดไถ่ถอนพันธบัตรอีกหลายตัว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่กรีซอาจต้องออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู)
ความกังวลนี้จะเป็นปัจจัยกดดันให้เงินเหรียญสหรัฐยิ่งแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโร หรือเงินเอเชียสกุลอื่นๆ รวมทั้งเงินบาท เฉพาะเมื่อวานนี้เพียงวันเดียวเงินเหรียญสหรัฐก็แข็งค่าขึ้นไปแล้วถึงราว 1% เนื่องจากมีฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไปหลบในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นจำนวนมาก
อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า หากเฟดตัดสินใจเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปเป็นปี 2016 เรื่องนี้อาจเป็นปัจจัยลบที่ฉุดเศรษฐกิจไทยมากกว่าจะเป็นผลดี เพราะจะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออัตราแลกเปลี่ยน ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออกไทย
หากเฟดตัดสินใจยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จะส่งผลให้เงินทุนที่ไหลกลับไปยังสหรัฐอย่างต่อเนื่องทยอยกลับเข้ามาในตลาดเกิดใหม่อีกครั้ง เนื่องจากยังมีกำไรส่วนต่างดอกเบี้ยที่ดีกว่า ซึ่งฟันด์โฟลว์ที่จะกลับมาอีกครั้งนี่เองจะทำให้ค่าเงินบาทและค่าเงินเอเชียกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง จนกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคการส่งออก และความพยายามฟื้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้
“สหรัฐเขาไม่ค่อยแคร์โลกเท่าไร นโยบายต่างๆ ที่ออกมาก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจในบ้านของเขาเป็นหลัก ในช่วงที่ผ่านมาผลประกอบการของภาคธุรกิจได้รับผลกระทบมากจากเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเขา เพราะตัวเลขการบริโภคภายในกับการจ้างงานยังไม่แข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไร ดังนั้น ถ้าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่ามากเกินไปจนกระทบต่อการฟื้นตัวของเขาเอง ก็เป็นไปได้ที่อาจต้องเลื่อนแผนออกไป โดยจะกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกอย่างเราไปด้วย” อมรเทพ กล่าว
ขณะเดียวกัน หากครึ่งปีหลังการลงทุนภาครัฐยังเชื่องช้า ไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ออกมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นความเชื่อมั่นของภาคเอกชนได้ เศรษฐกิจไทยอาจยังต้องติดหล่มชะงักงัน การส่งออกแย่เพราะไม่สามารถแข่งขันด้วยอัตราแลกเปลี่ยนได้ ก็คงไม่เหลือทางเลือกอื่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยนอกจากการลดดอกเบี้ยนโยบายอีกระลอก
เพราะซีนาริโอดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเพียงแห่งเดียว แต่หมายถึงอัตราแลกเปลี่ยนทั่วภูมิภาค ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกกันเป็นส่วนใหญ่ และต่างก็ใช้นโยบายการเงินเพื่อกดดันอัตราแลกเปลี่ยนให้แข่งขันได้มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เช่น เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ดังนั้น หากสหรัฐส่งสัญญาณเปลี่ยนแผนในครึ่งปีหลังนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่บางประเทศอาจต้องงัดมาตรการทางการเงินออกมาใช้กระตุ้นสงครามค่าเงินย่อมๆ ขึ้นอีกครั้ง
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2015 ที่ผ่านมา เงินบาทไทย/เงินเหรียญสหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในระดับแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เริ่มทยอยปรับอ่อนค่าลงหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง รวม 0.5% มาอยู่ที่ 1.5% และอ่อนค่าในทิศทางเดียวกับภูมิภาคมากขึ้น หลังจากที่มีแนวโน้มออกมาอย่างต่อเนื่องว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยได้ภายในไตรมาส 3-4 ปีนี้ ทำให้ตั้งแต่ต้นปีเงินบาทไทยอ่อนค่าลงไปแล้วรวม -2.84%
อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐสามารถแบกรับแรงกดดันเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนได้ และปัญหาหนี้กรีซไม่ลุกลามอย่างที่กังวลกันไว้ เพราะอาจผ่านประชามติยอมรับเงินช่วยเหลือออกมา หรืออาจได้แรงช่วยเหลือจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ไม่ต้องการเห็นแรงกระเพื่อมความเชื่อมั่นในกลุ่มยูโรโซนมากไปกว่านี้ ประเทศไทยก็น่าจะได้รับผลดีไม่น้อยไปกว่าผลกระทบด้านลบ เพราะจะเป็นโอกาสดีที่ไทยจะสามารถนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีราคาถูกมาช่วยปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจในช่วงยูโรกำลังอ่อนค่าลงหนัก และยังเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนไทยจะได้กว้านซื้อของถูกในยุโรป เข้าไปซื้อกิจการที่มีศักยภาพในช่วงนี้ ขณะที่ค่าเงินบาทไทย/เงินเหรียญสหรัฐ ก็จะอ่อนค่าลงมากกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ที่ 34 บาท/เหรียญสหรัฐด้วย
เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จึงยังเต็มไปด้วยบรรยากาศความเสี่ยงสูงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่ชัดเจน และพร้อมที่จะเปลี่ยนเป็นวิกฤตหรือโอกาสมากขึ้นในคราวเดียวกัน







