
กรีซ : วันนี้รู้กัน
วิกฤตกรีซเดินมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วจริงๆ ในวันนี้ ถ้าทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และฝ่ายกรีซยังคงยืนกรานท่าทีจุดยืนของแต่ละฝ่ายเหมือนเดิมคือ กรีซจะยังเดินหน้าจัดการประชามติในวันที่ 5 ก.ค. และฝ่ายเจ้าหนี้ยืนกรานไม่ขยายเวลาการขอเงินช่วยเหลือก้อนต่อไป 7,200 ล้านยูโร หลังจากวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งก็คือวันนี้กรีซจะกลายเป็นหนี้เน่าและอีกไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น กรีซน่าจะหลุดพ้นจากการเป็นสมาชิกกลุ่มยูโรโซน และกรีซจะเป็นประเทศแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่มยูโรโซนมาตั้งแต่ปี 1990 ที่หลุดพ้นออกจากการเป็นสมาชิก ทำให้ใครต่อใครถึงกับบอกว่า คาดเดายาก ว่าจะเกิดอะไรต่อไปหลังจากนั้น
วิกฤตกรีซเดินมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วจริงๆ ในวันนี้ ถ้าทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และฝ่ายกรีซยังคงยืนกรานท่าทีจุดยืนของแต่ละฝ่ายเหมือนเดิมคือ กรีซจะยังเดินหน้าจัดการประชามติในวันที่ 5 ก.ค. และฝ่ายเจ้าหนี้ยืนกรานไม่ขยายเวลาการขอเงินช่วยเหลือก้อนต่อไป 7,200 ล้านยูโร หลังจากวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งก็คือวันนี้กรีซจะกลายเป็นหนี้เน่าและอีกไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น กรีซน่าจะหลุดพ้นจากการเป็นสมาชิกกลุ่มยูโรโซน และกรีซจะเป็นประเทศแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่มยูโรโซนมาตั้งแต่ปี 1990 ที่หลุดพ้นออกจากการเป็นสมาชิก ทำให้ใครต่อใครถึงกับบอกว่า คาดเดายาก ว่าจะเกิดอะไรต่อไปหลังจากนั้น
ที่ผ่านมา หากมองสถานการณ์กันอย่างจริงๆ แม้ว่ากลุ่มเจ้าหนี้จะยืนกรานเสมอว่ากรีซต้องลดรายจ่ายลง แต่เจ้าหน้าที่ก็โอนอ่อนผ่อนตามสถานการณ์ของกรีซพอสมควร ถึงขนาดที่มีการเสนอแผนการปฏิรูปให้กับกรีซทีเดียว
แต่ในทางตรงกันข้าม กรีซเองแม้ว่าจะมีสถานะเป็นลูกหนี้ แต่ก็กลับมีท่าทีแข็งกร้าว และนำประชาชนกรีซมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองอยู่บ่อยครั้ง อย่างในครั้งล่าสุดนี้ เส้นตายของกรีซที่จะต้องปลดล็อกเงินช่วยเหลือก้อนต่อไปให้ได้ และกรีซต้องชำระเงินคืนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) 1,600 ล้านยูโรในวันเดียวกันนั้น แต่ก็ดูเหมือนว่ากรีซจะมีท่าทีแข็งกร้าวมาโดยตลอด
อย่างที่เห็นได้ชัดในความแตกต่างก็คือ กรีซไม่ยอมที่จะตัดลดระบบบำเหน็จบำนาญลง ทั้งๆ ที่สิ่งสำคัญที่จะเป็นการลดรายจ่ายของรัฐบาลกรีซครั้งสำคัญ กรีซพยายามเบี่ยงประเด็นไปด้วยการยื่นข้อเสนอการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 28% แทน ซึ่งแน่นอนว่าข้อเสนอของกรีซนั้นไม่อาจจะเป็นที่ยอมรับได้สำหรับเจ้าหนี้
ว่ากันตามตรง ข้อเสนอของกลุ่มเจ้าหนี้นั้นถือว่าเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่ไม่ได้พิสดารอะไร เมื่อคนเป็นหนี้กำลังล้มละลาย ไม่มีเงินเหลือ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องตัดลดค่าใช้จ่ายลงทั้งหมด และต้องหารายได้เพิ่ม เป็นมาตรการตามปกติของการปรับโครงสร้างทางการเงินใหม่
แต่สำหรับกรีซนั้น ที่ผ่านมาการใช้นโยบายประชานิยมเพิ่มผลประโยชน์ในระบบบำเหน็จบำนาญ เพิ่มปริมาณข้าราชการ เพื่อหวังผลทางการเมืองของบรรดานักการเมืองต่างๆ ทำให้กรีซต้องพบกับความยากลำบากเองในวันนี้ กรีซถือเป็นประเทศที่มีอายุการเกษียณราชการที่เร็วที่สุดของสหภาพยุโรปครับ
มาจนถึงขณะนี้เห็นได้ชัดว่า กลุ่มเจ้าหนี้เองก็เหนื่อยเต็มทน ขณะที่กรีซก็ยังพยายามดึงดันเต็มที่ โดยที่นอกเหนือจะนำประชาชนมาเป็นตัวประกันแล้ว กรีซยังถือไพ่เหนือกว่ากลุ่มเจ้าหนี้ที่กรีซใช้ “ความมั่นคงและความเป็นเอกภาพ” ของค่าเงินยูโรมาเป็นตัวประกันอีกด้วย
สุดท้ายกรีซจะเน่าไม่เน่า วันนี้ได้รู้กันครับ







