posttoday
ศาลฎีกาพิพากษา "เสริมสุข" ชนะคดีถูกเลิกจ้าง

ศาลฎีกาพิพากษา "เสริมสุข" ชนะคดีถูกเลิกจ้าง

29 มิถุนายน 2558

"เสริมสุข กษิติประดิษฐ์" พอใจหลังสู้ 10 ปี ศาลฎีกาพิพากษาให้ชนะ คดีฟ้องบริษัทเลิกจ้างปี 48

"เสริมสุข กษิติประดิษฐ์" พอใจหลังสู้ 10 ปี ศาลฎีกาพิพากษาให้ชนะ คดีฟ้องบริษัทเลิกจ้างปี 48

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณา 5 ศาลแรงงานกลาง ถ.พระราม 4 ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ 9289/2548 ที่นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อดีตหัวหน้าข่าว หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท โพสต์ พับลิชชิง, นายเดวิด จอห์น อาร์มสตรอง รักษาการบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ( ตำแหน่งขณะฟ้องปี 2548)  และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บมจ.โพสต์ พับลิชชิง เป็นจำเลยที่ 1-3 กรณีสืบเนื่องจาก บริษัทโพสต์ พับลิชชิง จำเลยที่ 1 ได้เลิกจ้างนายเสริมสุข โจทก์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ส.ค.48 โดยไม่เป็นธรรม ซึ่งอ้างถึงเหตุที่โจทก์ นำเสนอข่าวรันเวย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เกิดรอยร้าว เมื่อระหว่างวันที่ 6 – 9 ส.ค.48  โดยจำเลยได้กล่าวหาว่าโจทก์กระทำการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายจึงแจ้งเลิกจ้างโจทก์  ซึ่งโจทก์ ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาบังคับให้ จำเลยที่ 1 รับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราเดิมก่อนถูกเลิกจ้าง และให้จำเลยร่วมกันชำระค่าเสียจากการที่โจทก์ขาดรายได้ 8 ล้านบาทและค่าเสียหายต่อเกียรติยศ 5 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 13 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีด้วย รวมทั้งให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 จ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในส่วนเงินสมทบบริษัทจำเลยที่เป็นนายจ้าง ให้แก่โจทก์ด้วยอีก 623,700.08 บาท พร้อมดอกเบี้ย

โดยศาลแรงงานกลาง ดำเนินกระบวนการสืบพยานทั้งสองฝ่ายจนเสร็จสิ้น และมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ก.ค.50 ให้ จำเลยที่ 1 รับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าที่โจทก์เคยได้รับในขณะเลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 3 จ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในส่วนเงินสมทบของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้าง พร้อมดอกเบี้ยด้วยให้แก่โจทก์ด้วย ส่วนคำขออื่นให้ยก

ต่อมา นายเสริมสุขได้ยื่นอุทธรณ์ในประเด็นที่ศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยที่ 1 นายจ้าง รับโจทก์ ที่เป็นลูกจ้าง กลับเข้าทำงานโดยไม่กำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ด้วยนั้น ศาลฎีกา เห็นว่า การเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แต่เมื่อเป็นกรณีที่ลูกจ้างและนายจ้างไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ จึงให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์แทนการรับเข้าทำงาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 โดยศาลฎีกา มีคำสั่งให้ส่งสำนวนกลับให้ศาลแรงงานกลาง เป็นผู้กำหนดค่าเสียหายให้

ศาลฎีกา จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับโจทก์ กลับเข้าทำงาน แต่ให้ จำเลยที่ 1 จ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมกับโจทก์แทน โดยให้ศาลแรงงานกลาง พิจารณากำหนดจำนวนค่าเสียหายตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ภายหลังฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ศาลแรงงานกลาง ได้กำหนดวันนัดพร้อม คู่ความทั้งสองฝ่าย ในวันที่ 17 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น. เพื่อพิจารณากำหนดจำนวนค่าเสียหายที่ต้องชดใช้กันโดยให้พิจารณาถึงอายุของโจทก์ที่ถูกเลิกจ้างขณะนั้นคือ 50 ปี และอายุการทำงาน 22 ปี รวมทั้งเหตุความเดือดร้อนเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย  

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท