
กมธ.เมินเดินสายล็อบบี้สปช.ขอผ่านรธน.
โฆษกกมธ.เมินกระแสข่าวเดินสายล็อบบี้สปช.ขอผ่านร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมปรับแก้รธน.ตามความเห็นหลายฝ่าย
โฆษกกมธ.เมินกระแสข่าวเดินสายล็อบบี้สปช.ขอผ่านร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมปรับแก้รธน.ตามความเห็นหลายฝ่าย
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการประชุมในวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ขณะนี้กมธ.ยกร่างฯ ได้พิจารณาบทบัญญัติรายมาตราผ่านไปแล้ว 48 มาตรา ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในการพิจารณาให้ได้เฉลี่ยวันละ 15 มาตรา เพื่อจะได้เสร็จทันช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ โดยวันนี้ (29 มิ.ย.) จะเป็นการพิจารณาในภาค 1 ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ เสรีภาพของปวงชนชาวไทย เสรีภาพสื่อมวลชน การเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชน โดยเบื้องต้นบทบัญญัติดังกล่าวจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากหลักการเดิมที่ได้พิจารณากันไว้ แต่จะมีการปรับถ้อยคำให้เหมาะสมตามที่มีผู้เสนอให้พิจารณา
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่น่าจะมีการพิจารณาและมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง คาดว่าจะอยู่ในมาตร 62, มาตรา 63 และมาตรา 64 ซึ่งเกี่ยวกับสิทธิของประชาชนในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของรัฐ รวมถึงการดำเนินโครงการที่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ รวมถึงการประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ซึ่งมีหลายภาคส่วนได้เสนอและยื่นคำขอให้มีการปรับแก้ไข โดยทางกมธ.ยกร่างฯ จะพิจารณาด้วยความรอบคอบว่าจะบัญญัติอย่างไรให้เรื่องดังกล่าวออกมาดีที่สุด เนื่องจากเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่าสำหรับการพิจารณาปรับร่างรัฐธรรมนูญมาตราที่ผ่านมานั้น ได้นำคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคำขอมาประกอบการพิจารณามา ไม่ใช่การนำเฉพาะคำขอแก้ไขของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่านั้นมาปรับแก้ไข ดังนั้น ขอให้สื่อมวลชนพิจารณาและนำเสนออย่างเป็นกลางด้วย ทั้งนี้ ในการพิจารณาคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ภาคส่วนต่างๆ ได้นำเสนอให้ปรับเพิ่มเติมนั้น หลักการของการพิจารณาที่สำคัญคือ การนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาพิจารณา จากนั้นได้ดูในภาพรวมว่าอะไรที่เป็นเรื่องดี ปฏิบัติได้ แต่เป็นการเขียนเรื่องในรายละเอียดจะนำไปเขียนไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายที่ต้องออกตามรัฐธรรมนูญกำหนดอีกครั้ง โดยขณะนี้มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่จะตราขึ้น ประมาณ 12 ฉบับ และกฎหมายที่ต้องออกตามรัฐธรรมนูญกำหนดประมาณ 20-30 ฉบับ
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อทักท้วงของการเขียนร่างรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่ายท้วงติง อาทิ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี นั้น กมธ.ยกร่างฯ น้อมรับในข้อเสนอแนะ เพราะนายธานินทร์ ถือเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย โดยประเด็นดังกล่าวนั้นกมธ.ยกร่างฯ มีมติให้ปรับแก้ไขตามข้อเสนอแล้ว แต่รายละเอียดของการเขียนถ้อยคำนั้นจะไปพิจารณาในช่วงที่ถึงรายมาตราที่เกี่ยวข้องนั้น รวมถึงการพิจารณาอรรถคดีของศาลด้วยที่จะพิจารณาปรับบทบัญญัติ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสการเดินสายล็อบบี้สปช.เพื่อให้ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบ และสื่อมวลชนอย่าไปให้ความสนใจ ปัญหาจะได้ไม่เกิด อย่างไรก็ตามความเห็นของสปช.เพียง 1 คนไม่สามารถยึดเป็นบรรทัดฐานของสปช. ทั้ง 249 คน ได้เพราะสปช.ที่เหลือล้วนมีดุลยพินิจในการพิจารณาด้วยตนเองอยู่แล้ว
“ผมไม่ได้เดินสายล็อบบี้อะไรกับใครเลย และไม่จำเป็นต้องเดินสายด้วย เพราะสปช.ทุกคนก็รู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นคนกันเองทั้งนั้น” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว







