posttoday
14นศ.ลั่นไม่ยอมรับอำนาจศาลทหารเรียกร้องให้ปล่อยตัว

14นศ.ลั่นไม่ยอมรับอำนาจศาลทหารเรียกร้องให้ปล่อยตัว

28 มิถุนายน 2558

ทนายความแถลง 14 นักศึกษาประกาศไม่ยอมรับอำนาจทหาร พร้อมขอต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องปล่อยนักโทษการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข

ทนายความแถลง 14 นักศึกษาประกาศไม่ยอมรับอำนาจทหาร พร้อมขอต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องปล่อยนักโทษการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เวลา 17.00 น. ที่ตึกกิจกรรมนักศึกษา ชั้น 3 ห้องจุรุพงศ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  นาย กฤษฎางค์ นุตจรัส พร้อมด้วยน.ส.เยาวลักษณ์ อนุพันธ์ ทีมทนายความ และหัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่ว่าความให้กับนักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ทั้ง 14 คนร่วมแถลงถึงความเคลื่อนไหวของนักศึกษาทั้ง 14 คนหลังถูกจับกุม

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า หลังจากที่ทนายความได้เข้าเยี่ยมนักศึกษาทั้ง 14 คน เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา นักศึกษาทั้งหมดได้ให้ทนายความมาชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบว่า 1.พวกเขาทั้งหมดคือนักโทษการเมือง เพราะถูกตั้งข้อหาในความผิดทางการเมือง แต่ทั้งหมดยังมีกำลังใจดี และตั้งใจจะต่อสู้เพื่อเสรีภาพ และเพื่อประชาธิปไตยตามที่ได้ตั้งใจไว้ โดยประชาชน รวมถึงญาติ พี่น้องของพวกนักศึกษาทั้งหมดไม่ต้องเป็นห่วง เพราะยังมีกำลังใจดี 2.เรื่องการขอปล่อยตัวชั่วคราวหรือการประกันตัวนั้น ทั้งหมดยังไม่คิดถึงเรื่องนี้ ซึ่งทางคณะทนายความได้ระบุเพียงว่า หากใครมีอาการป่วย ก็ขอให้ออกมารักษาตัว ซึ่งนักศึกษาระบุด้วยว่า หากรักษาตัวจนหายดีแล้ว ก็จะกลับเข้าไปอยู่กับนักศึกษาที่เหลืออีก

3.ตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน นักศึกษาทั้งหมดไม่ยอมรับอำนาจศาลทหาร เพราะถือว่าเป็นพลเรือน จึงต้องขึ้นศาลที่พิจารณาคดีพลเรือนเท่านั้น 4.ขอยืนยันว่า ให้ปล่อยตัวพวกเขาและนักโทษการเมืองอื่นๆ ที่รัฐบาลได้คุมขังไว้โดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อความที่นักศึกษาทั้ง 14 คน ได้ทีมทนายความมาชี้แจงต่อประชาชน

นายกฤษฎางค์ กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนของกฎหมายในปัจจุบัน นักศึกษา 14 คน ยังไม่ถูกฟ้องศาล เป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา และทางเจ้าหน้าที่ได้ไปขออำนาจศาลฝากขังเท่านั้น ซึ่งสามารถฝากขังได้ 48 วัน  เพราะฉะนั้นภายใน 48 วัน หากเจ้าหน้าที่สั่งฟ้องไม่ทันก็ต้องปล่อยตัวนักศึกษาทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีการสั่งฟ้องนักศึกษาแต่อย่างใด เท่าที่ตนทราบพนักงานสอบสวนยังไม่มีการสอบสวนนักศึกษา นอกจากนี้ ในส่วนของกรณีที่ศาลทหารได้เปิดทำการในช่วงดึกของวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ตนไม่สามารถกล่าวล่วงอำนาจศาลได้ แต่โดยปกติพนักงานสอบสวนสามารถที่จะจับกุมไว้ได้ 48 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นก็จะสามารถพาตัวนักศึกษามาฝากขังในวันเสาร์และอาทิตย์ได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่กลุ่มนักศึกษาเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองคนอื่นๆทั้งหมด นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นสิ่งที่นักศึกษาทั้ง 14 คน ได้มีการหารือกันเอง ซึ่งเป็นข้อเป็นสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องมาโดยตลอด เพราะตัวของพวกเขาก็เป็นนักโทษการเมือง

เมื่อถามอีกว่า ในระหว่างที่นักศึกษาทั้งหมดถูกจับกุมตัวเจ้าหน้าที่มีการปฏิบัติอย่างไร และการที่ตำรวจเข้าไปสอบสวนมีการกระทำโดยสอบสวนต่อหน้าทนายความหรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า การปฏิบัติต่อนักศึกษาทั้ง 14 คน ยังไม่มีปัญหา เป็นเพียงการควบคุมตัวไว้ตามปกติ ส่วนกรณีการสอบสวน ตนขอเรียนว่า ยังเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้เข้าไปที่เรือนจำ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อขอสอบสวนนักศึกษาทั้งหมด แต่ไม่มีการาติดต่อมายังตน ก่อนจะมีการติดต่อมายังตน เพราะนักศึกษาทั้งหมดไม่ยอมให้การใดๆ เนื่องจากไม่มีทนายความอยู่ด้วย ดังนั้น พนักงานสอบสวนจึงติดต่อมายังตนว่า ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ พนักงานสอบสวนจะเข้าไปสอบสวนนักศึกษาทั้งหมด ซึ่งตนได้ยืนยันว่า ทางทนายความยังไม่พร้อม เพราะการสอบสวนให้ปากคำนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะต้องได้รับการปรึกษาจากทนายความก่อน เพื่อป้องกันการได้และเสียเปรียบซึ่งกันและกัน

นายกฤษฎางค์ กล่าวอีกว่า ในเมื่อนักศึกษายังไม่พบทนายความ และทนายความยังไม่สามารถไปพบได้ จึงขอเลื่อนการสอบสวนไปเป็นวันที่ 3 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น. แต่ทางพนักงานสอบสวนยังยืนว่า จะเข้าไปสอบสวนในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ตามเดิม โดยจะขอให้สภาทนายความส่งทนายความมานั่งฟังการสอบสวนด้วย ซึ่งหมายความว่า พนักงานสอบสวนต้องการเพียงให้ทนายความไปนั่งเป็นเพื่อนนักศึกษาเท่านั้น ซึ่งนักศึกษาทั้ง 14 คน ได้ระบุกับเราตั้งแต่แรกว่า ต้องการให้ทนายความชุดของตนนั้นเป็นทนายความผู้ว่าความให้ เพราะฉะนั้นตามประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความอาญา การสอบสวนต้องทำต่อหน้าทนายความที่จำเลยหรือผู้ต้องหาเลือกและให้ความไว้วางใจ

ทั้งนี้ คณะทนายความจึงได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสภานายความให้ทราบว่า หากมีพนักงานสอบสวนขอทนายความไปที่สภาทนายความจริงดังที่ระบุไว้ ให้สภาทนายความทราบด้วยว่า นักศึกษาต้องการให้คณะทนายความชุดนี้เท่านั้นที่ว่าความให้ เพราะฉะนั้นสภาทนายความจึงไม่ต้องจัดทนายความส่งไป เพราะหากจัดส่งไปก็จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทนายความ ว่าด้วยมารยาททนายความ เนื่องจากทนายความไม่สามารถรับว่าความให้แก่บุคคลใดในคดีที่เขามีทนายความอยู่แล้ว

ด้าน น.ส.เยาวลักษณ์ กล่าวว่า จากกรณีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการกักรถยนต์ของทีมทนายไว้ที่หน้าศาลทหารเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าจะทำการยึดมือถือของนักศึกษา เนื่องจากเห็นว่าทนายความได้นำทรัพย์สินของนักศึกษาไว้ในรถคันดังกล่าว ซึ่งปกติทนายความมีสิทธิที่จะรับทรัพย์สินอยู่แล้ว เพราะระเบียบของทางเรือนจำห้ามไม่ให้ผู้ต้องหานำทรัพย์สินเข้าไป แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันที่จะตรวจค้น โดยระบุด้วยว่า มือถือที่อยู่ในรถเป็นสิ่งที่ใช้กระทำความผิด แต่ทางทีมทนายความก็ได้โต้แย้งกลับไปว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะการจะยึดโทรศัพท์จะต้องยึดต่อหน้าผู้ต้องหา ไม่ใช้มายึดจากทนายความ จึงไม่สามารถมอบทรัพย์สินดังกล่าวให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งคำถามกลับไปยังเจ้าหน้าที่ว่า โทรศัพท์ใช้ในการกระทำความผิดอย่างไร เพราะหมายค้นของศาลอาญาธนบุรีเป็นเพียงหมายจับโดยไม่มีข้อความใดระบุให้มีการยึดทรัพย์สิน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถอธิบายได้

"ทั้งๆที่ไม่มีอำนาจตามกฏมาย แต่ตำรวจก็ได้มาล๊อคล้อรถไว้ไม่ให้นำรถออกจากศาลทหารเป็นเวลากว่า 15 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการกระทำที่มิชอบมีการข่มขืนใจ มีการละเมิดจนสูญเสียอิสรภาพ ซึ่งกรณีดังกล่าวเราได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.ชนะสงคราม แต่พอถึงเวลาบ่าย 3โมงเจ้าหน้าที่ก็นำหมายศาลอาญาเข้ามาทำการตรวจค้น ซึ่งเราก็ยินยอม แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่มุ่งประสงค์ไปที่โทรศัทพ์มือถือของนักศึกษาที่ฝากไว้ โดยได้มีการยึดไปทั้งหมด 5 เครื่อง โดยเราสังเกตเห็นความผิดปกติจากกระบวนการยุติธรรมที่ค่อนข้างเร่งรัด มีการนำซองบรรจุหลักฐานที่มีโทรศัพท์ทั้ง 5 เครื่องออกไป โดยที่ยังไม่มีการปิดผนึกปากซอง และทำบันทึกการตรวจยึด ทั้งๆที่ตามกฏหมายทรัพย์สินในส่วนที่ยึดไปต้องอยู่ที่กองพิสูจน์หลักฐาน จึงมีการโต้แย้งว่าการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ถือเป็นการวิ่งราวทรัพย์ จึงมีการประสานให้นำของกลับคืน เนื่องจากรู้ตัวว่าทำผิดกฏหมาย จึงขับรถนำกลับมาคืน ซึ่งขณะนี้โทรศัทพ์ทั้งหมดอยู่ที่สำนักงานกองพิสูจน์หลักฐาน โดยจะมีการนัดเพื่อเปิดโทรศัพท์ทั้ง 5 เครื่องในวันที่ 29 มิ.ย.นี้"น.ส.เยาวลักษณ์ กล่าว 

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า การกักรถไว้ โดยที่ยังไม่มีหมายศาลถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ทำให้เกิดความหวาดกลัว ทั้งยังจะเป็นการทำลายหลักฐานต่างๆในคดี มีการข่มขู่ผู้ที่มาจากทนายความให้เกิดความหวาดกลัว ซึ่งการที่จะแสวงหาพยานหลักฐานจะต้องได้มาด้วยวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งการได้พยานหลักฐานด้วยการกระทำความผิดเช่นนี้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่ถือว่า โทรศัพท์ทั้ง 5 เครื่องไม่ถือว่าเป็นพยานหลักฐานได้ ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังนั้น ตนจึงถือว่าการยึดรถไว้โดยที่ยังไม่มีหมายศาลเป็นความผิดอย่างชัดแจ้งแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของผู้เสียหายว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ทางทีมทนายขอวิงวอนการที่เรามาทำคดีนี้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจต้องการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า การเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษาทั้ง 14  คนเป็นอาชญากรรมหรือไม่

14นศ.ลั่นไม่ยอมรับอำนาจศาลทหารเรียกร้องให้ปล่อยตัว

 

14นศ.ลั่นไม่ยอมรับอำนาจศาลทหารเรียกร้องให้ปล่อยตัว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท