
เจ้าคุณระแบบ ทหารเอกในการปกป้อง และส่งเสริมพระพุทธศาสนา
การมรณภาพพระธรรมเมธาภรณ์ (เจ้าคุณระแบบ ฐิตญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2558
โดย...พระเทพวิสุทธิกวี/สมาน สุดโต
การมรณภาพพระธรรมเมธาภรณ์ (เจ้าคุณระแบบ ฐิตญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2558 เป็นการสูญเสียทหารเอกของคณะสงฆ์ไทย เพราะพระธรรมเมธาภรณ์มีอะไรพิเศษที่ควรแก่การยกย่องเป็นต้นแบบให้พระหนุ่มเณรน้อยอยากเอาอย่าง ทั้งในฐานะนักวิชาการและแนวหน้าในการปกป้องและส่งเสริมพระพุทธศาสนา
ทำหน้าที่สมภารเมื่อบวชได้ 15 วัน
พระธรรมเมธาภรณ์ นามเดิม ระแบบ พรหมพันธุ์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 25 เม.ย. 2477 ณ ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายชวน-นางกวั้ง พรหมพันธุ์ และเป็นพี่ชายต่างมารดาของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้บรรพชาเป็นสามเณรในปี พ.ศ. 2492 ณ วัดมหิสสราราม อยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นโทแล้วลาสิกขา ต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี พ.ศ. 2498 ณ วัดเกาะจาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระครูโพธาภิรามุนี วัดสวนป่าน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา “ฐิตญาโณ”
ต่อมาได้เป็นศิษย์ของพระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรโณ) วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช และได้เป็นศิษย์พระสุธรรมาธิบดี (เพิ่ม) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร สมัยเมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่พระอริยคุณาภรณ์
เมื่ออุปสมบทได้ 15 วัน ไปงานศพหลวงพ่อวัดหนึ่งที่มรณภาพ ได้สนทนาธรรมกับชาวบ้านที่มาในงานศพเป็นที่ถูกใจ ชาวบ้านนิมนต์ให้อยู่วัดนั้น จึงต้องรับเมื่อหลวงพ่อที่ไปด้วยอนุญาต กลายเป็นสมภารเมื่อบวชได้ 15 วัน ขณะที่อยู่วัดนั้นจัดให้มีเทศน์ สนทนาธรรม และสร้างถนนเข้าวัด ทุกอย่างได้รับความร่วมมือดีมาก (จากนิตยสาร ทางเดิน ก.พ. 2528)
กว่าจะอยู่วัดบวรฯ ได้
ในนิตยสารดังกล่าวเล่าถึงการมาอยู่วัดบวรนิเวศ เมื่อปี พ.ศ. 2504 ว่า กว่าจะเข้าอยู่ได้แทบคางเหลือง สมภารวัดบวรฯ สิ้นพระชนม์และมรณภาพไป 2 พระองค์/รูป เมื่อสมเด็จพระสังฆราชในโกศเป็นเจ้าอาวาส จึงรับเข้าอยู่ แต่ต้องท่องสวดมนต์ฉบับใหญ่ให้จบ จึงต้องท่องอยู่ 20 วัน
ในด้านการศึกษา สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ได้ในนามสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย จบปริญญาโท พ.ศ. 2516 จาก BHU ประเทศอินเดีย
ด้วยความรู้ความสามารถและความเปรื่องปราชญ์ จึงได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะสังคมศาสตร์ สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยอยู่ระยะหนึ่ง ช่วงปี พ.ศ. 2520 ต่อมามีภาระมากจึงรับแต่สอนอย่างเดียว
เทศน์เรื่อง อยู่ร่วมฉันมิตร
ชาวพุทธรู้จักท่านมากยิ่งขึ้น เมื่อเป็นเจ้าคุณชั้นสามัญที่ พระโสภณคณาภรณ์ หลังจากท่านแสดงปาฐกถาธรรมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา 08.00-08.30 น. วันอาทิตย์ที่ 10 ต.ค. 2525 เรื่อง อยู่ร่วมฉันมิตร เปิดเผยวิธีการทำลายล้างพระพุทธศาสนา โดยคณะผู้สอนศาสนาแห่งหนึ่ง ซึ่งมาในลักษณะเสมือนมิตร แต่แฝงไว้ด้วยเจตนาร้ายต่อพระพุทธศาสนา นิตยสารทางเดิน บอกว่า ท่านเป็นทหารเอกของชาวพุทธนับแต่นั้นมา สมณศักดิ์ ท่านเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระโสภณคณาภรณ์ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2520 เป็นพระราชาชั้นราช ที่ พระราชธรรมนิเทศ พ.ศ. 2532 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพดิลก พ.ศ. 2542 และชั้นธรรม ที่ พระธรรมเมธาภรณ์ พ.ศ. 2553
คุณสมบัติ 5 ประการ
การที่พระเถราจารย์โดดเด่นตลอด เพราะมีคุณสมบัติอย่างน้อย 5 ประการ คือ 1.พฺยตฺโต เป็นผู้ฉลาด 2.วิสารโท เป็นผู้แกล้วกล้า 3.พหุสฺสุโต เป็นผู้คงแก่เรียนสดับตรับฟังมาก 4.ธมฺมธโร เป็นผู้ทรงธรรม และ 5.ธมฺมานุธมฺมจารี เป็นผู้ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม
1.พระธรรมเมธาภรณ์ เป็นพระเถระผู้ฉลาดปราดเปรื่องทั้งคดีโลกและคดีธรรม สามารถน้อมนำพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดามาช่วยแก้ไขปัญหาตนและสังคมได้ในทุกเรื่อง ปราดเปรื่องที่จะยกข้อธรรมขึ้นแสดงได้โดยพลัน ตั้งแต่ผู้เทศน์ (พระเทพวิสุธิกวี ) ได้เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2519 ก็ติดตามท่านมาด้วยความสนใจ ต่อมาได้โอกาสเข้าศึกษาที่สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ได้โอกาสเป็นศิษย์จึงนึกภูมิใจว่าเราโชคดีไม่น้อยไปกว่าใคร คนไทยทั้งประเทศเชื่อว่าพอใจกับสิ่งที่ท่านเจ้าคุณอาจารย์อบรมสั่งสอน
2.วิสารโท ท่านเป็นพระเถระที่แกล้วกล้า เป็นความแกล้วกล้าตามแนวธรรม เพราะมีเวสารัชกรณธรรมพร้อมทั้ง 5 ประการ คือ ศรัทธาแม่นมั่นในพระรัตนตรัย รักษา ประคับประคองไว้ซึ่งศีลอย่างสมบูรณ์ ข้อนี้ศิษย์ผู้เฝ้าดูแลตอนอาพาธย่อมรู้ดี ด้วยแม้ตนเองนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยช่วยตัวเองไม่ได้ ก็ยังไม่ยอมพลาดจากศีล เป็นผู้สดับตรับฟังมาก คงแก่เรียน แม่นยำในตำรา ไม่พลาดจากสัมมาปฏิบัติ มีความแกล้วกล้าอาจหาญที่จะแสดงออก ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด จนไม่ยอมถนอมตัวเพื่อก้มหัวให้ความไม่ถูกต้อง มีความรอบรู้กว้างไกลและลุ่มลึกในพระธรรม ซึ่งบางครั้งก็ทำให้นำมาซึ่งความไม่รื่นรมย์กับใครได้เหมือนกัน
3.พหุสฺสุโต ท่านมีปัญญาบารมี ที่ได้สร้างสมมาแต่ชาติปางก่อน เป็นพรสวรรค์มาถึงชาติปัจจุบันก็ได้พระอุปัชฌายาจาร์ที่เป็นปราชญ์ ทั้งได้โอกาสอยู่ศึกษาในสำนักวัดบวรนิเวศวิหาร อันอาจนับได้ว่าเป็นสำนักตักศิลาแห่งรัตนโกสินทร์ฝ่ายธรรมยุต ท่านจึงได้พบกับที่สุดแห่งความดีงามและความเก่งกล้าสามารถ
4.ธมฺมธโร ผู้ทรงพระธรรม จากที่ท่านเจ้าคุณอาจารย์ได้ทำงานเผยแผ่พระศาสนามาเป็นเวลา 40 กว่าปี มีหนังสือตำรับตำรามากกว่า 300 เล่ม มีผู้ศึกษานำไปอ้างอิงทางการศึกษาวิจัยมากมาย มีเทปคาสเซตคำบรรยายรวมทั้งแผ่นซีดี วีซีดี และดีวีดี นับพันเรื่อง บรรยายธรรมทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ ทั้งรับไปบรรยายในห้องประชุมทั้งในส่วนราชการและภาคส่วนเอกชนทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและในระดับอุดมศึกษา รวมทั้งการอบรมกรรมฐานแทนเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ที่ตึก สว ธรรมนิเวศมาเป็นเวลาหลายปี เคยได้ยินท่าน ศ.เกียรติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม กล่าวคำชื่นชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือตอบปัญหานานาชาติ ที่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ท่านยังเสนอว่าหนังสือเล่มนี้ควรจะตั้งชื่อว่า “กุมารีปัญหา” หนังสือเล่มนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษสมบูรณ์มานานแล้ว
5.อันเป็นประการสุดท้ายคือ ธมฺมานุธมฺมจารี ผู้ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม จะเห็นได้ว่าท่านเจ้าคุณอาจารย์พระธรรมเมธาภรณ์นั้น มิได้วางตนเป็นผู้บอกให้ผู้อื่นปฏิบัติแต่ฝ่ายเดียว ท่านเองเป็นพระเถระที่แตกฉานปริยัติ เคร่งครัดพระวินัย ใส่ใจกรรมฐาน เป็นปณิธานแน่วแน่ เป็นผู้ปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลายจนวินาทีสุดท้ายแห่งชีวิต
คุณสมบัติพิเศษ
ทั้งหมดนั้นว่าโดยคุณสมบัติ เป็นที่ประจักษ์ชัดในพระเดชพระคุณท่าน เมื่อว่าโดยอัธยาสัยส่วนตัว ย่อมรู้ย่อมทราบกันไปทั่วว่าพระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ) รูปนี้นั้นเป็นพระเถระที่งดงาม ตั้งแต่นุ่งห่มจีวรก็เรียบร้อย เอาเป็นแบบอย่างได้ สมนามว่า ระแบบ คือมีระเบียบแบบแผนที่ดี เจอหน้ากันเมื่อไหร่ก็มักจะทักก่อนและทักด้วยความเมตตา เป็น สุขสมฺภาโส ทักทายพูดจาให้ผู้เข้าใกล้สบายใจ ท่าน อุตฺตานมุโข ไม่ก้มหน้าให้ผู้เข้าใกล้เกิดความหวาดประหวั่นสะดุ้งกลัว ปฐมภาณี เป็นผู้ทักก่อน เป็นการให้ความอุ่นใจก่อน จริยาเหล่านี้ทำให้ผู้ที่เข้าใกล้เกิดความอุ่นใจ
การมรณภาพของพระธรรมเมธาภรณ์ จึงเป็นการสูญเสียทหารเอกของคณะสงฆ์ไทยรูปหนึ่ง







