
ไฟไหม้โกดังยาสูบท่าม่วงสูญ 10ล้าน
เพลิงไหม้โกดังเก็บยาสูบใจกลาง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่่ต้องระดมฉีดน้ำนานกว่า 5 ชั่วโมง คาดเสียหายไม่ต่อ 10 ล้านบาท
เพลิงไหม้โกดังเก็บยาสูบใจกลาง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่่ต้องระดมฉีดน้ำนานกว่า 5 ชั่วโมง คาดเสียหายไม่ต่อ 10 ล้านบาท
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. 58 พ.ต.ท.กฤติภณ ลิ้มประเสริฐยิ่ง พนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้โรงงานยาสูบไพทูรย์ บริเวณซอยบ้านแขก เลขที่ 1020/3 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง อ.ท่าม่วง จึงได้ประสานรถดับเพลิงของอำเภอท่าม่วง และใกล้เคียงกว่า 20 คัน เร่งไปสกัดเพลิงที่โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณโกดังเก็บยาเส้นขนาดใหญ่พื้นที่เกือบ 1 ไร่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เร่งฉีดน้ำ แต่เนื่องจากยาเส้นเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไฟจึงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงต่อเนื่อง และไม่สามารถดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ลงได้ จึงต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงบริเวณอาคารใกล้เคียงไว้เพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามออกไปในวงกว้างเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่เพลิงก็ยังคงปะทุขึ้นเป็นระยะๆ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งควันของยาเส้นลอยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเห็นได้ในระยะไกล รวมถึงกลิ่นของยาเส้นได้ส่งกลิ่นฉุนรุนแรงไปทั่วทั้งบริเวณเช่นกัน ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รวมทั้งชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก
สำหรับโกดังแห่งนี้ได้สร้างเพื่อเก็บยาเส้นมาเป็นเวลานานหลายสิบปี เป็นโกดังที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งที่เก็บยาสูบไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อส่งไปจำหน่ายให้กับโรงงานยาสูบ รวมถึงส่งไปทางภาคอีสานด้วย เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุ แต่พบว่าเจ้าของโรงงานไม่ยอมให้รายละเอียดใดๆ อีกทั้งยังไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ออกไปอีกด้วย โดยบอกแต่เพียงว่าไม่ขอไม่ให้รายละเอียดใดๆ แค่นี้ตนก็เดือดร้อนมากพอแล้ว และนอกจากไล่เจ้าหน้าที่แล้ว ก็ยังไล่ผู้สื่อข่าวที่เข้าไปทำข่าวด้วยวาจาไม่สุภาพเช่นกัน
ชาวบ้านข้างเคียงได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายๆ ไฟฟ้าช็อต จากนั้นก็เห็นเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เมื่อรถดับเพลิงไปถึง เปลวเพลิงได้โหมไหม้อย่างหนักแล้ว อีกทั้งกลิ่นของยาสูบยังได้ส่งกลิ่นฉุนอย่างรุนแรงด้วยเช่นกัน
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานในเบื้องต้นว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งคาดว่าค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในครั้งนี้ ส่วนสาเหตุแท้จริงต้องรอให้เพลิงสงบ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงจะทราบสาเหตุแท้จริง ล่าสุดยังอยู่ระหว่างการสอบสวนขอเจ้าหน้าที่ตำรวจ







