posttoday
"ดาวพงษ์"เข้าอเมริกาใต้ไม่ได้เพราะระบบวีซ่าล่ม

"ดาวพงษ์"เข้าอเมริกาใต้ไม่ได้เพราะระบบวีซ่าล่ม

26 มิถุนายน 2558

ปลัดทส.เผย ‘ดาว์พงษ์’ เข้าอเมริกาไม่ได้ เนื่องจากระบบทำวีซ่าล่ม ไม่เกี่ยวการเมือง

ปลัดทส.เผย ‘ดาว์พงษ์’ เข้าอเมริกาไม่ได้ เนื่องจากระบบทำวีซ่าล่ม ไม่เกี่ยวการเมือง

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)เปิดเผยว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทส. และคณะตัวแทนเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2558 ที่ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ไม่สามารถเข้าไปร่วมประชุมดังกล่าวได้ เพราะประสบปัญหาระบบทำวีซ่าของสถานฑูตสหรัฐอเมริกาล่มทั่วโลก ทำให้สถานทูตไม่สามารถออกวีซ่าได้ทัน รัฐบาลจึงมอบหมายให้เอกอัครทูตราชไทย ประจำกรุงนิวยอร์กเข้าร่วมประชุมแทน

นายเกษมสันต์กรณีดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง แต่เป็นเพราะระบบที่ล่มและเกิดปัญหาทั่วโลก  เท่าที่ทราบเวลานี้ก็มีนักศึกษาที่กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังจะเปิดเทอมตกค้างไม่สามารถทำวีซ่าได้เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี การประชุมดังกล่าวไทยได้เสนอ 5 วาระต่อที่ประชุม คือ  1.จัดทำ ข้อเสนอการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายหลังปีพ.ศ.2563 (Intended Nationally Determined Contributions :INDCs) เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 29 มิ.ย. นี้  โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้

วาระที่ 2 คือการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ โดยคณะกรรมการฯ มีมติลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศไทย  7-20% โดยดำเนินการตาม 3 มาตรการ ได้แก่ 1.การพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อผลิตไฟฟ้า 2.การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในภาคการขนส่ง และ3.การเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้แล้ว 12% และในปี 2563 จะเห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะด้านภาคขนส่ง เนื่องจากมีการปรับทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า แผนอนุรักษ์พลังงาน และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ 

วาระที่ 3 คือ แนวทางการพัฒนาระบบจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ​เนื่องจากที่ผ่านมาไทยยังไม่มีระบบการรายงานและจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้คำนวณบัญชีก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ทำให้การรวบรวมข้อมูลขาดความสมบูรณ์ สผ.จึงดำเนินการพัฒนาระบบจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลโดยแบ่งเป็น 4 ระยะ (ปี2558-2561) โดยสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) จะเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานหลักใน 5 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคพลังงาน ภาคกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ ภาคเกษตร ภาคการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้ และภาคของเสีย ทั้งนี้กระทรวงสิ่งแวดล้อมออสเตรเลียได้สนับสนุนประเทศไทยในการจัดตั้งระบบการรายงานข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกด้วย

นอกจากนี้ วาระที่ 4 คือ การดำเนินงานของหน่วยงานมาตรา 6 ระดับประเทศของอนุสัญญาสหประชาชาติฯ คณะกรรมการได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยประสานหลัก โดยผลักดันแนวคิดการพัฒนาสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เช่น การจัดประชุมรับฟังข้อคิดเห็น การดำเนินโครงการสร้างองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเตรียมรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานของไทยภายใต้มาตรา 6 ในการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติฯ ครั้งที่ 21 ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในระหว่างวันที่ 30 พ.ย. - 11 ธ.ค.นี้

และวาระสุดท้ายคือ เรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ โดยสผ. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ 3 คณะ ได้แก่คณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน คณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านฐานข้อมูลและพัฒนาองค์ความรู้ และคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการประสานท่าทีเจรจาและความร่วมมือระหว่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท