ภัยแล้งพ่นพิษราคาพืชผักพุ่งเท่าตัว
ชัยนาท-วิกฤตภัยแล้งพ่นพิษพืชผักราคาแพงขึ้นเท่าตัวเหตุชาวสวนต้องสูบน้ำบาดาลรดผักทำต้นทุนสูงตามไปด้วย
ชัยนาท-วิกฤตภัยแล้งพ่นพิษพืชผักราคาแพงขึ้นเท่าตัวเหตุชาวสวนต้องสูบน้ำบาดาลรดผักทำต้นทุนสูงตามไปด้วย
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. สถานการณ์ภัยแล้งที่จ.ชัยนาท ขยายวงกว้างทั้ง 8 อำเภอ ส่งผลกระทบถึงราคาผักชนิดต่างๆภายในตลาดภาษีซุง แหล่งซื้อขายสำคัญของ จ.ชัยนาทพบว่า มีการปรับราคาขึ้นจากช่วงกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาทุกรายการ โดยเฉพาะผักชีที่ราคาขายในเช้าวันนี้สูงถึง กก.ละ150 บาท จากเดิม 110 บาท ขณะที่ผักชนิดอื่นๆก็ปรับขึ้นตามด้วยเช่น กะหล่ำปลี กก.ละ30 บาท ปรับขึ้น 10 บาท ผักกาดขาว กก.ละ 40 บาทปรับขึ้น10 บาท ถั่วฝักยาวกก.ละ60 บาท ปรับขึ้น 15 บาท ผักบุ้ง กก.ละ 20 บาทปรับขึ้น 5 บาท และต้นหอม กก.ละ 80 บาท ปรับขึ้น30 บาท
นางวนิดา สิทธิขำ แม่ค้าผักสดในตลาดภาษีซุง กล่าวว่า สาเหตุที่ผักมีราคาแพงขึ้นเกิดจากผลกระทบจากภัยแล้งที่ชาวสวนเริ่มขาดน้ำต้องสูบน้ำบาดาลขึ้นมารดผัก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นราคาขายส่งเข้าตลาดจึงมีราคาสูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะผักชีซึ่งเป็นผักที่ต้องใช้น้ำมากราคาจึงถีบตัวขึ้นมากที่สุดถึง 40 บาท ภายในระยะเวลาแค่สัปดาห์เดียว ซึ่งหากสถานการณ์ภัยแล้วยังยืดเยื้อยาวนานไปราคาผักจะยิ่งปรับขึ้นและจะส่งผลกระทบถึงผู้บริโภคจะต้องเดือดร้อน โดยเฉพาะราคาอาหารตามสั่งและข้าวแกงอาจจะมีการปรับราคาจากภาวะผักแพงในอนาคต







