
จี้สนช.ทบทวนร่างกม.ควบคุมยาสูบ
นักวิชาการ เผยผลวิจัยร่าง พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ มีข้อบกพร่องร้องสนช.ทบทวนเตือนอาจขัดมาตรฐานสากล
นักวิชาการ เผยผลวิจัยร่าง พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ มีข้อบกพร่องร้องสนช.ทบทวนเตือนอาจขัดมาตรฐานสากล
นายสุธรรม อยู่ในธรรม หัวหน้าโครงการวิจัย สถาบันวิชาการนโยบายกิจสาธารณะกับธุรกิจและการกำกับดูแล และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลการวิจัย โครงการศึกษาประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีความบกพร่องหลายประการ ก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงพาณิชย์และสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกฎหมายที่คุ้มครองเอกชนในการประกอบกิจการ ดังนั้น ทางสถาบันฯ จึงอยากให้คณะกรรมการกฤษฎีกาและสภานิติบัญญติแห่งชาติ ทบทวนแก้ไขร่างกฎหมาย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสุขภาพประชาชน กับ เสรีภาพของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ แม้ว่าการร่างกฎหมายต้องคำนึงถึงรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้มีบทบัญญัติที่เข้มงวดเกินกว่าที่กรอบอนุสัญญาฯ ซึ่งกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเกินสมควร
ขณะที่นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการสมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนของสมาชิกร้านค้าปลีกยาสูบขนาดเล็ก กล่าวถึงกรณีที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. .... ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า หากพิจารณษเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้วจะพบว่า ไม่มีการระบุหลักการและเหตุผลที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องขอบเขตของร่างกฎหมายฯเกินเลยกว่าเรื่องการดูแลสุขภาพ แต่กลับเข้ามาจำกัดและลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการประกอบการอย่างไม่ได้สัดส่วน มีมาตรการที่สร้างภาระกับผู้ประกอบการและขัดแย้งกับกฎหมายของหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมสรรพสามิต กรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
นางวราภรณ์ กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายนี้มีการกำหนดวิธีการในการขายที่ควบคุมผู้ประกอบการจนเกินสมควร และเกินความจำเป็น ทั้งยังจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการประกอบกิจการและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม การกำหนดสถานที่ห้ามขายก็ซ้ำซ้อนกับกฎหมายของกรมสรรพสามิต การห้ามแสดงผลิตภัณฑ์ยาสูบ ณ จุดขาย เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ร้านค้าในการบริหาร จัดเรียงและเก็บสินค้า
นอกจากนี้ยังมีปัญหาการกำหนดหีบห่อการบังคับใช้บุหรี่ซองเรียบละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และทำให้ผู้ซื้อผู้ค้าไม่สามารถแยกความแตกต่างของสินค้าได้ชัดเจน จนทำให้ผู้ปลอมแปลงบุหรี่ปลอมแปลงสินค้าได้มากขึ้น สำหรับการห้ามการแบ่งขายที่อ้างว่าเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนนั้น ก็มีมาตราที่ห้ามขายยาสูบแก่ผู้มีอายุต่ำกว่าที่กำหนดอยู่แล้ว จึงไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมีการออกมาตรานี้มาซ้ำซ้อนอีก
ด้าน นายสรกฤต พลเคน ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจยาสูบ เห็นว่า มีหลายประเด็นที่จะสร้างปัญหา โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโรงงานยาสูบโดยตรง เช่น การกีดกันบุคคลในอุตสาหกรรมยาสูบให้เข้าไปเป็นคณะกรรมการในระดับต่างๆ แต่กลับให้อำนาจผู้ที่ต่อต้านอุตสาหกรรมยาสูบเข้าไปมีอำนาจหน้าที่เป็นกรรมการจำนวนมาก มีผลทำให้นโยบายต่างๆ และกฎหมายลูกที่ออกมาไร้ซึ่งจรรยาบรรณและไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ที่สำคัญยังห้ามโรงงานยาสูบทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือซีเอสอาร์ โดยกำหนดให้ทำได้เฉพาะกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันเท่านั้น เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ ซึ่งปัจจุบันโรงงานยาสูบได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมทั้งแรงเงินและแรงงานจำนวนมากกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรอิสระ มูลนิธิต่างๆ โรงเรียนและสถานศึกษา ในการทำงานเพื่อสังคมโดยมิได้เลือกว่าจะต้องเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยาสูบเท่านั้น







