
กกต.ยกร่างประกาศวิธีทำประชามติเสร็จแล้ว
ยกร่างประกาศวิธีการทำประชามติเสร็จแล้ว กำหนดตั้งคำถามไม่เกิน 3 ข้อ ลงคะแนนเพียงวันเดียว ไม่มีนอกราชอาณาจักรและล่วงหน้า ชงเข้ากกต. 29 มิ.ย.นี้
ยกร่างประกาศวิธีการทำประชามติเสร็จแล้ว กำหนดตั้งคำถามไม่เกิน 3 ข้อ ลงคะแนนเพียงวันเดียว ไม่มีนอกราชอาณาจักรและล่วงหน้า ชงเข้ากกต. 29 มิ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการยกร่างประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและระยะเวลาในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมได้ยกร่างประกาศดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอต่อที่ประชุม กกต.วันที่ 29 มิถุนายน นี้ เพื่อเตรียมรองรับหากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว กกต.ก็จะได้นำเสนอประกาศดังกล่าว ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบ
ทั้งนี้ในร่างประกาศที่สำนักงานญยกร่างขึ้นจะอยู่บนพื้นฐานว่าคำถามที่จะมีการทำประชามติจะมีทั้งสิ้นไม่เกิน 3 คำถามตามที่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว ) 2557 กำหนดไว้ แบ่งออกเป็นทั้งสิ้น 30 ข้อ 10 หมวด อาทิ หมวดว่าด้วยหน่วยออกเสียงประชามติ บัญชีผู้มีสิทธิออกเสียง การลงคะแนนออกเสียง การนับคะแนนออกเสียง การเผยแพร่ จัดส่งร่างรัฐธรรมนูญ เป็นต้น โดยจะเป็นการกำหนดกรอบเนื้อหากว้างๆ อาทิ บัตรออกเสียงและหีบบัตรออกเสียง กำหนดให้แยกตามจำนวนคำถามที่จะมีการทำประชามติ โดยบัตรออกเสียงจะไม่มีช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน ดังนั้นถ้าผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ใช้สิทธิกาในช่องเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็ถือว่าเป็นบัตรเสีย
ส่วนวันออกเสียงประชามติกำหนดให้เป็นวันเดียวกันทั่วประเทศ โดยงดการออกเสียงนอกราชอาณาจักร และงดการลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า แต่จัดให้มีการลงคะแนนออกเสียงนอกเขตจังหวัดในวันออกเสียงประชามติ ส่วนการคัดค้านการออกเสียงประชามติกำหนดไว้ใน 2 ประเด็น คือเรื่องการคัดค้านการออกเสียงให้ผู้มีสิทธิออกเสียงจำนวน 10 คนยื่นร้องคัดค้านได้ แต่หากการคัดค้านไม่มีผลเปลี่ยนแปลง ผลประชามติก็ไม่ต้องจัดให้มีการลงประชามติใหม่
นายบุณยเกียรติ กล่าวอีกว่า ร่างประกาศจะไม่มีการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการณรงค์ออกเสียงประชามติ ว่าผู้ที่จะรณรงค์จะมาขึ้นทะเบียนกับกกต.หรือไม่ รวมทั้งการจัดสรรเวลาการรณรงค์ออกเสียง เพราะรายละเอียดดังกล่าวจะมีการกำหนดไว้ในตัวระเบียบของกกต.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่ทางสำนักงาน จะมีการดำเนินการยกร่างต่อไปหลังจากที่ประกาศฉบับดังกล่าวผ่านการเห็นชอบของสนช.แล้ว
ส่วนวันออกเสียงประชามติแม้กกต.จะกำหนดเบื้องต้นเป็นวันที่ 10 ม.ค. 2559 แต่ทั้งนี้ ก็ต้องพิจารณาถึงขั้นตอนของการจัดพิมพ์และเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญไปยังผู้มีสิทธิออกเสียง 19 ล้านคน ถ้าสามารถเผยแพร่ได้ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ หลังวันเผยแพร่ไม่เกิน 30-45 วัน ก็จะสามารถจัดการออกเสียงประชามติได้ ดังนั้นถ้ามีการดำเนินการได้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงการออกเสียงประชามติ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นในการจัดทำประชามติ แม้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 จะกำหนดให้มีการทำประชามติมากกว่า 1 ประเด็น แต่หากประเด็นที่ถามไม่ได้เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้มีผลผูกพันธ์ ให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติตาม
“ประเด็นหลักที่จะมีการถามก็คือจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนประเด็นรองถ้าหากถามที่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญ เช่น ควรจะมีนายกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือไม่ ถ้าประชาชนมีความเห็นเป็นอย่างไรก็จะมีผลให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามผลประชามติ แต่ถ้าเป็นคำถามที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ถามเรื่อง กาสิโน หรือให้รัฐบาลอยู่ต่ออีก 2 ปี หรือปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ถ้าผลประชามติเป็นอย่างไรกฎหมายไม่ได้บังคับว่ารัฐต้องปฏิบัติตาม แต่เหมือนเป็นข้อมูลให้รัฐบาลใช้ประกอบในการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น”นายบุณยเกียรติ กล่าว







