posttoday
ลงทุนใน 'ทองคำ' ดีหรือไม่?

ลงทุนใน 'ทองคำ' ดีหรือไม่?

25 มิถุนายน 2558

ผมเคยเขียนบทความที่เกี่ยวกับ “ทองคำ” ลงในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 15 ธ.ค. 2554 โดยมีชื่อเรื่องว่า “ทองคำ...เก็บไว้ใช้ตอนแก่ดีไหม?” ซึ่งได้กล่าวถึงการขึ้นลงของราคาทองคำ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาด้วยกัน ผมเข้าใจเอาเองว่าคุณผู้อ่านหลายท่านคงลืมกันไปแล้วเป็นแน่ ดังนั้นผมจึงนำมาสรุปให้อ่านกันอีกครั้งหนึ่งดังนี้ครับ

ผมเคยเขียนบทความที่เกี่ยวกับ “ทองคำ” ลงในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 15 ธ.ค. 2554 โดยมีชื่อเรื่องว่า “ทองคำ...เก็บไว้ใช้ตอนแก่ดีไหม?” ซึ่งได้กล่าวถึงการขึ้นลงของราคาทองคำ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาด้วยกัน ผมเข้าใจเอาเองว่าคุณผู้อ่านหลายท่านคงลืมกันไปแล้วเป็นแน่ ดังนั้นผมจึงนำมาสรุปให้อ่านกันอีกครั้งหนึ่งดังนี้ครับ

ยุคที่หนึ่ง ปี 2514-2524 ยุคกระทิงดุ

เริ่มจาก 15 ส.ค. 2514 ประธานาธิบดีนิกสัน ประกาศยกเลิกการใช้ทองคำเป็นตัวค้ำประกันเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเริ่มต้นกำหนดที่อัตราแลกเปลี่ยน 35 ดอลลาร์สหรัฐ/ทองคำ 1 ทรอยออนซ์ วันที่ 14 พ.ค. 2516 เกิดการรวมตัวของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง หรือที่เรียกกันว่า “กลุ่มโอเปก” ทำให้ราคาทองคำพุ่งทะลุกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์

ต่อมาในปี 2522 เกิดการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ในประเทศอิหร่าน เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้วันที่ 27 ธ.ค. 2522 ราคาทองคำพุ่งขึ้นทะลุ 500 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ วันที่ 24 ธ.ค. 2522 สหภาพโซเวียตประกาศบุกอัฟกานิสถาน นักลงทุนจึงย้ายเงินไปลงทุนในทองคำอย่างมโหฬารอีกครั้งหนึ่ง จนถึงวันที่ 24 ม.ค. 2523 ราคาทองคำก็พุ่งขึ้นกว่า 870 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์

ช่วง 10 ปีแรกนี้เป็นยุคทองของราคาทองคำ ราคาทองคำเพิ่มขึ้นจาก 35 ดอลลาร์สหรัฐ ไปถึง 870 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ คิดเป็นเพิ่มขึ้นประมาณ 24 เท่าทีเดียว

ยุคที่สอง ช่วงปี 2525-2544 ยุคมืดของราคาทองคำ

ปี 2524-2525 มีการค้นพบแหล่งทองคำใหม่ๆ ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและออสเตรเลีย ราคาทองคำตกลงมาเหลือเพียง 300 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ปี 2539-2542 ไอเอ็มเอฟต้องการใช้เงินจำนวนมากเพื่อไปแก้ปัญหาหนี้สินของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา จึงเทขายทองคำ 5 ล้านทรอยออนซ์ออกมา ธนาคารชาติของหลายประเทศก็ทำตามไอเอ็มเอฟ โดยสวิตเซอร์แลนด์ขาย 1,400 ตัน อังกฤษขาย 400 ตัน เป็นต้น ทำให้ราคาทองคำตกต่ำแบบสุดๆ โดยในวันที่ 20 ส.ค. 2542 ราคาทองคำอยู่ที่ 252.80 ดอลลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี

ตรงกันข้ามอย่างสุดขั้ว ในรอบ 20 ปีนี้ ราคาทองคำจาก 870 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอย ออนซ์ ลงมาเหลือเพียง 283 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ หรือตกลงเกือบ 70% นับว่าเป็น 2 ทศวรรษแห่งการตกต่ำของราคาทองคำ

ยุคที่สาม ช่วงปี 2545-2554 เมื่อกระทิงกลับมาผงาด

ปี 2545 เศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่ 2 ตน คือ จีนและอินเดีย มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เครื่องประดับต่างๆ ที่ต้องใช้ทองคำขายดี ส่งผลให้ทองคำจำนวนหนึ่งถูกเก็บออกไปจากตลาดในรูปของเครื่องประดับ การบริโภคทองคำในลักษณะนี้ยังดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและมากขึ้นทุกปี

ปี 2547 มีการก่อตั้งกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำโดยเฉพาะ ปัจจุบันคาดกันว่า SPDR น่าจะมีทองคำอยู่ในมือประมาณ 1,299 ตัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ถือครองทองคำใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกในเวลานั้น พอมาเดือน ธ.ค. 2548 เกิดเฮอริเคนแคทรีนาเข้าถล่มเมืองนิวออร์ลีนส์ ทำให้ราคาทองคำพุ่งไปถึง 536.50 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์

ต่อมาเดือน ก.ย. 2551 เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐอเมริกา ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นถึง 872 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอย ออนซ์ หลังเหตุการณ์นั้นเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาก็ย่ำแย่มาโดยตลอด ส่งผลให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการถือครองพันธบัตรสหรัฐ จึงทำให้บรรดาธนาคารชาติในหลายประเทศเริ่มทยอยเก็บทองคำแทนพันธบัตรสหรัฐอเมริกา

จนถึงวันที่ 22 ส.ค. 2554 ปิดที่ 1,891.90 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ และมาปิดวันสุดท้ายของปี 2554 ที่ 1,566 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ในช่วงที่ 3 นี้ราคาทองคำจากประมาณ 283 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นถึงประมาณ 1,566 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าตัว

สรุปว่า “ทองคำ” น่าลงทุนไหม? ทุกวันนี้ราคาทองคำหล่นลงมาเหลือประมาณ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์เท่านั้น คุณผู้อ่านคงจะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลามากกว่า 40 ปีที่ผ่านมานี้ ราคาทองคำมีความผันผวน
สูงมากๆ ผมเองไม่คิดว่าจะอยากลงทุนใน “ทองคำ” เลย เพราะคาดการณ์ได้ยาก และมีความผันผวนสูงเกินกว่าที่จะรับได้ครับ แต่อาจจะเหมาะกับคุณผู้อ่านบางท่านที่ชอบความเสี่ยง เพราะมีโอกาสที่จะสามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ หรืออาจจะขาดทุนจำนวนมหาศาลเลยก็สุดจะคาดคะเน

ทำให้นึกถึงคำพูดของ Robert Kiyosaki ผู้แต่งหนังสือเล่มดังชื่อ “Rich Dad, Poor Dad” ซึ่งได้กล่าวถึงทองคำไว้ว่า “If I have cash and I can’t figure a way to put it into real estate or my business, I hold it in gold and silver.” แปลตามความได้ว่า “ถ้าผมมีเงิน ผมก็คงจะไม่คิดไปลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจอื่นๆ ของผม แต่ผมจะไปซื้อทองคำหรือเงินแทน”

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์