posttoday
การเติบโตของ โรงหนังในอาเซียน

การเติบโตของ โรงหนังในอาเซียน

25 มิถุนายน 2558

สถิติข้อมูลในวงการภาพยนตร์นานาชาติที่งานสัมมนาของ Tropfest Roughcut ซึ่งเป็นกิจกรรมก่อนเข้าสู่งานประกวดรางวัลหนังสั้นนานาชาติที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อต้นปีนี้ ระบุว่า คนอาเซียนออกไปซื้อตั๋วดูหนังกันเยอะขึ้นเป็นประวัติการณ์

สถิติข้อมูลในวงการภาพยนตร์นานาชาติที่งานสัมมนาของ Tropfest Roughcut ซึ่งเป็นกิจกรรมก่อนเข้าสู่งานประกวดรางวัลหนังสั้นนานาชาติที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อต้นปีนี้ ระบุว่า คนอาเซียนออกไปซื้อตั๋วดูหนังกันเยอะขึ้นเป็นประวัติการณ์

อินโดนีเซียมีรายงานการจำหน่ายตั๋วหนังเพิ่มจาก 126.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2010 มาเป็น 184.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2014 เพิ่มขึ้น +45% มาเลเซีย มีรายงานการซื้อตั๋วหนังเพิ่มจาก 160.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2010 มาเป็น 241 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2014 เพิ่มขึ้นถึง 49%

สิงคโปร์ จาก 119 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2010 มาเป็น 164 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2014 (+38%) และเมืองไทยเรา จาก 125 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2010 มาเป็น 152 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2014 (+21%)

เราโตต่ำสุด...แต่ก็อุตส่าห์โต...

ประเทศไทยเคยมีโรงหนังอยู่ 757 จอ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว บัดนี้เรามี 969 จอ สิงคโปร์จาก 181 จอ เพิ่มขึ้นเป็น 223 จอ ฟิลิปปินส์มาแปลกนิดหน่อยลดจาก 720 จอ เหลือ 715 จอ มาเลเซียจาก 571 จอ ขยายจนถึง 827 จอ ถือว่าแยะทีเดียว ส่วนอินโดนีเซียจาก 668 จอ พรวดไปเป็น 1181 จอฉาย!

แสดงว่าทีวีไม่ได้ทำให้คนอาเซียนไม่ไปโรงหนังนะครับ นักลงทุนจึงกล้าขยายจำนวนโรงหนังออกไปยกใหญ่

คำตอบน่าจะอยู่ที่การขยายตัวของเมืองหลวงและเมืองรองในอาเซียนนั่นเอง

คนชั้นกลางมีมากขึ้น เมื่อเขามีรายได้เพิ่ม เขาก็แสวงหาความบันเทิงที่ใกล้ตัวมากขึ้น การเข้าชมภาพยนตร์เป็นกิจกรรมที่เด็กเล็ก วัยรุ่น หนุ่มสาว คนจีบกันใหม่ คู่แต่งงานพร้อมลูกคนแรก และคนโสด คนหม้าย นิยมเก็บไว้เป็นทางเลือกในใจช่วงวันหยุดเสมอ

ที่สำคัญ...คือได้ออกนอกบ้าน นอกห้องนั่งเล่นที่มักมีขนาดเล็กลง เพราะที่ดินก็แพง คอนโดก็แพง แม้จอทีวีในบ้านจะใหญ่ขึ้นและราคาถูกลง แต่ห้องที่เล็กลง
ต่างหากที่บีบให้คนไม่ลืมการไปโรงหนัง

รัฐบาลมาเลเซียมีนโยบายและผลงานในการผลักดันสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างจริงจัง เมื่อ 2 ปีที่แล้ว รัฐบาลมาเลเซียเริ่มให้เงินอุดหนุนกองถ่ายหนังใหญ่จากต่างประเทศที่เข้าไปถ่ายทำในมาเลเซียในอัตรา 30% เมื่อหนังออกฉายในเวทีสากลได้สำเร็จ

ผู้สร้างภาพยนตร์เก็บใบเสร็จค่าใช้จ่าย กิน นอน จ้างคนในมาเลเซียไว้ให้ครบก็พอ จ่ายไปเท่าไรก็เก็บไปเบิกคืนจากรัฐบาลมาเลเซียได้ 30% ผลคือกระตุ้นให้มีจำนวนหนังสร้างใหม่ในประเทศ คือ มีหนังมาเลเซียเพิ่มพรวด 107% ใน 5 ปี มีจำนวนจอเพิ่ม 44% และผลการขายตั๋วหนังเพิ่ม 49%

ข้อมูลนี้ยืนยันโดย MPA หรือ Motion Picture Association ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลคุ้มครองผลประโยชน์ของหกค่ายหนังใหญ่ (Fox พาราเมาท์ โซนี่ ดิสนีย์ ยูนิเวอร์แซล และวอร์เนอร์) ตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

เราอาจเถียงได้ว่า มาเลเซียจำเป็นต้องใช้โรงหนังเพื่อการรองรับการโตของชนชั้นกลางของเขา เพราะเขาเคร่งครัดเรื่องศาสนา...เขาไม่มีที่เที่ยวกลางคืน...อ้าว...ก็นี่ไง...เราจึงมีนักเที่ยวกลางคืนจากมาเลเซียมาเที่ยวไทยเต็มพรืดทั้งหาดใหญ่และเมืองท่องเที่ยวของไทย

หนังไทยปีนี้เหลือจำนวนเรื่องน้อยลงกว่าหลายๆ ปี แม้ผู้สร้างที่ทำได้ดีมีมาตรฐานยังทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่กลุ่มเกิดใหม่ล้มหายไปมากกว่า ทั้งที่หนังไทยเป็นที่ยอมรับมากในอาเซียนและกำลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในจีน เฉพาะปีนี้มีการร่วมทุนสร้างหนังระหว่างค่ายหนังไทยกับค่ายหนังจีนกว่า 6 เรื่อง ส่วนในลุ่มน้ำโขง เรากินขาดในแง่ความมีชื่อเสียงของหนัง

เกาหลีตั้งองค์การมหาชนพิเศษมาสองแห่ง คือ KOFIC (Korean Film Council) กับ KOCCA (Korea Creative Content Agency) เพื่อทำให้หนังโรงและละครทีวีซีรี่ส์ของเกาหลีมีทุนและมีทางสยายปีกสู่สากล มีที่ในตลาดในประเทศจนปักหลักได้มั่นคง และมีทางโตในต่างประเทศ จนเกิดกระแสนิยมเกาหลี ส่วนมาเลเซียตั้งองค์กรของรัฐชนิดพิเศษชื่อ FINAS (National Film Development Corporation Malaysia) เพื่อส่งเสริมทั้งหนังมาเลย์และกองถ่ายหนังจากต่างประเทศ

ของเขาเริ่มเห็นผลแล้ว ส่วนไทยเราขืนกินแต่บุญเก่าคงจะสิ้นใจในไม่ช้า วันหนึ่งหนังใหญ่คุณภาพของไทยอาจต้องย้ายไปถ่ายทำในมาเลเซีย เพราะไปแล้วได้ทอนตังค์จากรัฐบาลเขา 30% คืนมา

อีกเรื่องที่ควรเร่งทำ คือ รัฐไทยยังมีประสิทธิภาพน้อยในการคุ้มครองมิให้หนังและละครไทยถูกละเมิดทางออนไลน์ ทั้งก๊อบปี้ ทั้งแชร์ทั้งโพสต์ ทั้งไลน์กรุ๊ปทีละมากๆ จนคนสร้างหมดแรงสู้ไปตามๆ กัน รัฐรู้ทั้งรู้ว่าเว็บไหนปล่อยหนังละเมิดแต่ก็ดูจะติดขัดด้วยกฎหมายและทัศนคติที่ไม่ทันยุค จะขอให้ปิดก็ยาก ตั้งเงื่อนไขสารพัด

ผมอยากเชียร์ให้รัฐบาลตั้งใจทำนโยบายอัตลักษณ์ไทยในสากล ด้วยการทำนโยบายเรื่องหนังและละครไทยให้มันดีให้มันดังกันเถอะครับ ดูแลให้ดีตั้งแต่การทำบทที่ละเอียด มีมุมใหม่ฉีกแนว ช่วยโปรโมทในตลาดโลก เรื่องฝีมือผลิตปล่อยให้เป็นฝีมือของเอกชนร่วมกันปั้นองค์กรพิเศษดูแลเรื่องนี้ ถึงวันที่หนังไทยดังได้อย่างเกาหลีเมื่อไหร่ รับรองจะมีแต่คนติดใจ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์