
ต้านสร้าง‘ท่าเรือสงขลา2’
แกนนำขาหุ้นฯ แฉเจ้าท่าลักไก่จัดเวทีรับฟังความเห็นท่าเรือสงขลา 2 ช่วง ก.ค.นี้ ชาวบ้านไม่รู้
แกนนำขาหุ้นฯ แฉเจ้าท่าลักไก่จัดเวทีรับฟังความเห็นท่าเรือสงขลา 2 ช่วง ก.ค.นี้ ชาวบ้านไม่รู้
นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เปิดเผยในเวทีเสวนา “เมกะโปรเจ็คภาคใต้ ท่าเรือน้ำลึกปากบารา ข้อเท็จจริงจากภาครัฐ” ซึ่งจัดโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ภายในเดือน ก.ค.นี้ จะเดินหน้าจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ หรือเวที ค.1
ทั้งนี้ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโครงการท่าเรือสงขลา 2 เพื่อประกอบการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับนายธำรงค์ เจริญกุล ผวจ.สงขลา เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง
นายจุฬา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีหลายโครงการที่จะเกิดขึ้นใน จ.สงขลา เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน จึงเป็นเรื่องยากหากต้องการผลักดันโครงการสร้างท่าเรือสงขลา 2 ไปพร้อมๆ กัน แต่ขณะนี้ดูเหมือนว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินดำเนินการไปได้ส่วนหนึ่งแล้ว จึงเหมาะสมในการผลักดันท่าเรือสงขลา 2 ต่อไป
“ในอดีตเรายังทำเวที ค.1 ไม่ได้ เพราะกระบวนการต่อต้านเยอะ และที่ จ.สงขลา ก็มีประเด็นเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ เราก็เลยชะลอท่าเรือไว้ เพราะถ้าทำ 2 โครงการไปพร้อมๆ กันคงไปไม่รอดทั้งคู่ เราเลยให้ทางโรงไฟฟ้าเดินหน้าไปก่อน และปัจจุบันดูเหมือนว่าโรงไฟฟ้าไปได้ส่วนหนึ่งแล้ว เราก็เลยจะเอาตัวท่าเรือสงขลา 2 เข้ามา” นายจุฬา กล่าว
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา และอดีตแกนนำกลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ยังไม่ทราบข่าวและคงขึ้นอยู่กับชาวบ้านว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ยืนยันว่าโครงการท่าเรือสงขลา 2 กับท่าเรือน้ำลึกปากบาราเป็นโครงการเดียวกัน คือ ท่าเรือหัวท้ายและมีรถไฟรางคู่เชื่อมต่อ หากพื้นที่ใดขึ้นโครงการได้ก่อน อีกพื้นที่ก็คงไม่รอด
นพ.สุภัทร กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการท่าเรือสงขลา 2 เป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งจะสร้างขึ้นควบคู่กับท่าเรือน้ำลึกปากบารา อ.ละงู จ.สตูล และยังเป็นส่วนหนึ่งในการทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (เอสอีเอ) ด้วยงบประมาณ 50 ล้านบาท พร้อมกับโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา
อย่างไรก็ตาม โครงการท่าเรือสงขลา 2 เคยมีการจัดทำเวที ค.1 มาแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย. 2557 แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ต่อต้านอย่างหนัก เป็นเหตุให้ต้องชะลอโครงการมาจนถึงปัจจุบัน
นายวุฒิชัย เจนการ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า อ่าวปากบารามีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพมาก มีผู้พบพะยูนประมาณ 10 ตัว และยังมีโลมา 4 สายพันธุ์ มากกว่า 100 ตัว การมีโลมาบ่งชี้ได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังคงจับตาการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราว่าจะส่งผลกระทบกับทรัพยากรทางทะเลหรือไม่ หากได้รับผลกระทบก็มีกฎหมายที่่เอาผิดได้







