posttoday
ลดปล่อยน้ำ 4 เขื่อน ‘คอยฝน’ จูงใจชาวนาปลูกพืชใช้น้ำน้อย

ลดปล่อยน้ำ 4 เขื่อน ‘คอยฝน’ จูงใจชาวนาปลูกพืชใช้น้ำน้อย

25 มิถุนายน 2558

ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เห็นชอบการแก้ไขปัญหาภัยแล้งรวมถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด

ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เห็นชอบการแก้ไขปัญหาภัยแล้งรวมถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 84 ล้านบาท ในการขุดบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำไม่พอสำหรับทำการเกษตรในพื้นที่ 8.5 แสนไร่ เพิ่มเติมอีก 500 บ่อ เมื่อรวมกับบ่อวิชาการที่มีการขุดบ่อไว้ในพื้นที่ก่อนแล้วแต่ยังไม่ได้ปั๊มน้ำออกมา 330 บ่อ ทำให้มีบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงรวม 880 บ่อ

ทั้งนี้ คาดว่าจะดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ได้ประมาณ 2.2 แสนลูกบาศก์เมตร ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรได้ประมาณ 1.3 แสนไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 8.5 แสนไร่ โดยได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ร่วมกับกองทัพดำเนินการเร่งด่วนและให้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้โดยเร็วที่สุด นายกรัฐมนตรีได้สั่งการว่าให้เน้นการจ้างงานในพื้นที่ โดยคาดว่าจะจ้างงานได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 คน

“ที่ผ่านมาเมื่อมีปัญหาภัยแล้งไม่มีน้ำใช้ในภาคเกษตรไม่เคยมีครั้งใดที่กรมทรัพยากรบาดาลต้องเข้ามาแก้ปัญหาแบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการสั่งการเนื่องจากมีปัญหาเรื่องภัยแล้งมาก แต่การนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ก็ทำได้เพียง 2 เดือน เนื่องจากหากดึงน้ำใต้ดินขึ้นมามากก็อาจส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ” พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกข้าว รวม 7.45 ล้านไร่ พบว่าชาวนาที่ปลูกข้าวนาปีก่อนที่รัฐบาลจะประกาศเตือนภาวะภัยแล้งและขอความร่วมมือในการชะลอการปลูกข้าวจำนวน 3.44 ล้านไร่ และมีชาวนาบางส่วนที่ปลูกข้าวเพิ่มเติมอีก 5.6 แสนไร่ อย่างไรก็ตาม การลดปล่อยน้ำจาก 4 เขื่อนหลักลง คาดว่าจะกระทบพื้นที่ปลูกข้าวส่วนที่ปลูกไปแล้วประมาณ 8.5 แสนไร่

อย่างไรก็ตาม ในส่วนพื้นที่ปลูกที่เลื่อนการเพาะปลูกออกไปเป็นช่วงปลายเดือน ก.ค. ต่อเนื่องถึงต้นเดือน ส.ค. 3.45 ล้านไร่นั้น รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการช่วยเหลือ โดยจะหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการในการจูงใจให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และถั่วเขียว เบื้องต้นได้หารือกับภาคเอกชนแล้วพบว่าพืชทั้งสองชนิดมีตลาดรองรับอย่างน้อยปีละ 1 แสนตัน

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งไปสำรวจความต้องการของชาวนาในการปรับเปลี่ยนโครงการสร้างการเกษตรจากการปลูกพืชจากพืชที่ใช้น้ำมากอย่างข้าวมาเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย โดยหากเป็นมาตรการที่สนับสุนนสินเชื่อก็จะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อ

“คล้ายกับมาตรการจูงใจชาวสวนยางให้ปลูกพืชชนิดอื่นครัวเรือนละ 1 แสนบาท ซึ่งได้ผลมากเห็นจากยอดที่เข้ามาขอสินเชื่อ 1.5 แสนราย สูงกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ที่ 1 แสนราย ซึ่งส่วนนี้จะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์นี้ เพื่อให้เกษตรกรเข้ามาใช้ได้เร็วที่สุด” ปีติพงศ์ ระบุ

สำหรับสถานการณ์น้ำในภาพรวม อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISDA กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรงใกล้เคียงปี 2540 ที่เกิดปรากฏการณ์เอลนินโญรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลต่ออิทธิพลการตกของฝนในประเทศประมาณ 60% โดยคาดการณ์ว่าไทยจะมี
ฝนตกมากขึ้นในเดือน ส.ค.-ก.ย. หรือช่วงปลายฤดูฝนเมื่ออิทธิพลจากเอลนินโญเบาบางลง

อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นไทยจะได้รับปริมาณน้ำฝนเพิ่มเติมจากปรากฏการณ์ความแปรปรวนของปริมาณฝน หรือ Madden-Julian Oscillation (MJO) และปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole (IOD) ที่จะส่งผลให้ฝนตกในระยะสั้น โดยคาดว่าปริมาณฝนในประเทศไทยจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นโดยในเดือน ก.ค. ฝนจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 18% ปรับตัวดีขึ้นในช่วง เดือน ส.ค. ที่คาดว่าจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10%

ขณะเดียวกัน เดือน ก.ย.คาดว่าฝนจะตกน้อยกว่าปริมาณเฉลี่ย 5-6% และในเดือน พ.ย.-ธ.ค. ฝนจะตกเท่ากับปริมาณค่าเฉลี่ย โดยคาดว่าในเดือน ส.ค.-ต.ค. อาจจะมีพายุพัดผ่านประเทศไทยซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำฝนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท