กกต.ถกจัดทำชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกประเทศใหม่
กกต. เชิญกรมการกงสุล-กรมการปกครอง ร่วมอัพเดทผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรใหม่ หลังพบข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน
กกต. เชิญกรมการกงสุล-กรมการปกครอง ร่วมอัพเดทผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรใหม่ หลังพบข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทางสำนักงาน กกต. ได้เชิญตัวแทนจากกรมการกงสุล และกรมการปกครอง ร่วมหารือการจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรใหม่ ให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน เพื่อให้การลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการสวมสิทธิ รองรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า การร่วมหารือกับตัวแทนกรมการปกครอง และกรมการกงสุล กรณีการขึ้นทะเบียนผู้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทางอินเทอร์เน็ต รองรับการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ครั้งใหม่ เนื่องจากการขึ้นทะเบียนเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศ ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน บางคนย้ายที่อยู่อาศัย หรือบางคนเดินทางกลับประเทศแล้ว ทำให้ กกต.ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเลือกตั้งเพิ่มขึ้น ดังนั้น กกต.มีจึงอยากให้ประชาชนจดทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งแบบครั้งต่อครั้ง
ทั้งนี้ การขอจดทะเบียนทางอินเทอร์เน็ตจะอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยในต่างประเทศ ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาขอจดทะเบียนที่สถานทูต อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการลงทะเบียน การเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ ผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การตรวจสอบสิทธิในการเลือกตั้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายสมชัย กล่าวว่า โดยระยะแรกจะเริ่มทดลองใช้กับสถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ที่มีความพร้อมและมีคนไทยที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากก่อนที่จะขยายไปประเทศต่อไป การหารือในครั้งนี้เป็นการวางตารางเวลาในการทำงานร่วมกัน โดยคาดว่าน่าจะมีระบบการยืนยันตัวบุคคลและระบบการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ ทางอินเตอร์เน็ตในประเทศนำร่อง ลดรายชื่อผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรคงค้างออกจากระบบ และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ในประเทศเป้าหมาย สามารถจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายสมชัย กล่าวอีกว่า การจดทะเบียนทางอินเทอร์เน็ต เป็นความร่วมมือระหว่าง กกต. สำนักทะเบียนราษฎร์และกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องออกแบบระบบการลงทะเบียนด้วยความรอบครอบ ป้องกันการสวมสิทธิ โดยเฉพาะระบบยืนยันตัวบุคคลต้องมีประสิทธิภาพ ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ซึ่งได้จัดสรรงบประมาณกว่า 4 ล้านบาท วางกรอบแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ส่วนตัวไม่อยากให้เร่งดำเนินการ เพราะการทำประชามติ ในเดือนมกราคมปี 2559 ไม่ได้เปิดให้คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศร่วมออกเสียงประชามติ แต่เพื่อรองรับการเลือกตั้ง ส.ส. ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ปี 2559 ซึ่งในปัจจุบันมีคนไทยที่พักอยู่ในต่างประเทศ 1 ล้านคน ได้มีการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในการเลือกตั้ง ส.ส.และส.ว.ครั้งล่าสุด ประมาณ 90,000 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่พักอยู่ในต่างประเทศ







