
นายกฯกล่าวถ้อยแถลงเวทีACMECSครั้งที่6
นายกรัฐมนตรีกล่าว “ความเป็นปึกแผ่นของสมาชิก ACMECS” คือพื้นฐานสำคัญการรวมตัวของประชาคมอาเซียน” ในพิธีเปิดการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 6
นายกรัฐมนตรีกล่าว “ความเป็นปึกแผ่นของสมาชิก ACMECS” คือพื้นฐานสำคัญการรวมตัวของประชาคมอาเซียน” ในพิธีเปิดการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 6
วันที่ 23 มิ.ย. เวลา 08.00 น. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง หรือ ACMECS ครั้งที่ 6 ณ Jade Hall ชั้น 2 ศูนย์การประชุม MICC 1 หลังจาก ประธานาธิบดีเมียนมากล่าวเปิดการประชุม ผู้นำสมาชิก ACMECS ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย ได้เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ(Closed Session) ณ Ruby Hall ชั้น 2 ศูนย์การประชุม MICC 1 โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงในประเด็นที่เกี่ยวกับการทบทวนความร่วมมือในกรอบ ACMECS และทิศทางความร่วมมือในอนาคต
ภายหลังการประชุม พล.ต. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญดังนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความขอบคุณรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์การต้อนรับอย่างอบอุ่น และยินดีที่ได้มาเข้าร่วมการประชุม ฯ ผู้นำได้กลับมาพบกันที่เมียนมาร์อีกครั้ง หลังจาก 12 ปีแห่งการริเริ่มยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (ACMECS) ครั้งแรก ณ เมืองพุกาม ดังนั้น การประชุมครั้งนี้จะเป็นการทบทวนการร่วมมือที่ผ่านมา และอนาคตที่จะมีร่วมกันต่อไป
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปีนี้ ประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือใน 8 สาขา และความเป็นปึกแผ่นของสมาชิก ACMECS จะเป็นพื้นฐานความสำคัญที่สนับสนุนการรวมกันเป็นประชาคมอาเซียน
กว่าหนึ่งทศวรรษ ของความร่วมมือในการพัฒนาภูมิภาค ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในทางที่ดี ที่ผ่านมา มีความมุ่งมั่นในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมโยง ทั้งกายภาพและการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พื้นที่ชายแดนและพื้นที่ต่างๆ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสามารถพัฒนา ก่อให้เกิดความเจริญเติบโตในพื้นที่ เราต้องร่วมสร้างและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตลอดจนเชื่อมโยงเขคเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ เหล่านี้ด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์ากเตรือข่ายความเชื่อมโยงอย่างเต็มศักยภาพ แปรสภาพระเบียงขนส่งให้กลายเป็นระเบียงเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และรวมทั้งผลักดันความร่วมมืออีก 7 สาขา ทั้งการเกษตร ท่องเที่ยว พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสาธารณสุขด้วย
ความร่วมมือต่างๆ มีเป้าหมายเพื่อกระจายความเจริญไปสู่พื้นที่ต่างๆ ให้ทั่วถึง ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ยกระดับมาตรฐานการครองชีพ ให้เติบโตอย่ายั่งยืน เราต้องก้าวไปด้วยกัน ที่ผ่านมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นสู่จุดหมายปลานทางที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมมาก
การประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งนี้ ยืนยันความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมองไปอนาคต ที่ต้องทำร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายตามปฏิญญาพุกามและปฏิญญาอื่นๆ เพื่อให้การรวมตัวของอาเซียนราบรื่นและสมบูรณ์
วันนี้ จึงมาร่วมกันกำหนดทิศทางและและจัดลำดับความสำคัญของความร่วมมือในอีก 2 ปีข้างหน้า เน้นการดำเนินโครงการที่จำเป็นเร่งด่วนให้ผลเป็นผลธรรม (early havest)
เราต้องมีความจริงใจและความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นมิตรเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน มิใช่คู่แข่ง โดยร่วมกันทำหน้าที่เป็น “ผู้นำแห่งความร่วมมือ”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประชาชนคือหัวใจของการพัฒนาอย่างแท้จจริง ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการให้ทุนการศึกษา และฝึกอบรม เพิ่มชีดความสามารถและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคแรงงานและการเกษตร
ACMECS ตั้งขึ้น เพื่อประชาชนในภูมิภาคของเราทั้งหมด มิใช่ประเทศใด ประเทศหนึ่ง การรวมตัวกันและร่วมมือเพื่อนำความเจริญและการพัฒนาอย่างยั่งยืนและถาวรมาสู่ภูมิภาค เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทุกประเทศอย่างแท้จริง ขอให้ทุกคนวางใจและเชื่อมั่นว่า ACMECS จะก่อประโยชน์ร่วมกันแก่ทุกฝ่าย จะได้ผลจากการพัฒนาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป้าหมายไม่หยุดแค่ประชาคมอาเซียน แต่ต้องมองไปให้ไกลกว่าเดิมและก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมั่นคง ประชาชนมีความพร้อมและขีดความสามารถที่จะปรับตัวและรับประโยชน์จากทิศทางแนวโน้มของโลก (Global trends and gravity)
ACMECS จะเป็นกลไกหนึ่งในการส่งเสริมและผลักดันทุกประเทศให้บรรลุ เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และวาระการพัฒนาภายหลังปี ค.ศ.2015 (Post 2015 Development Agendas) ของสหประชาชาติด้วย
จากนั้นเวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมผู้นำ ACMECS พร้อมกล่าวถ้อยแถลงในประเด็นการทบทวนความร่วมมือในกรอบ ACMECS และทิศทางความร่วมมือในอนาคต ซึ่งนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้พัฒนาข้อบังคับและกฎเกณฑ์เพื่อให้ความเชื่อมโยงใน ACMECS ไร้รอยต่อมากขึ้น และปลายปีนี้จะมีการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ความสำเร็จของ ACMECS จะเป็นรากฐานสำคัญต่อยอดไปสู่อาเซียน
ทั้งนี้ เห็นว่าควรผลักดันความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิ พัฒนาอนุภูมิภาคให้เป็นฐานที่แข็งแกร่งของอาเซียน และส่งเสริมความเชื่อมโยง จากภายในอนุภูมิภาคขยายสู่ภายนอก ในส่วนของไทยมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง ที่จะเชื่อมโยงประเทศสมาชิก และจัดทำความตกลง ว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างกัน ตลอดจนการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศให้สอดคล้องกัน
ทั้งนี้ ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับสมาชิกทุกประเทศ และเห็นว่าการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ทุกประเทศจะร่วมกันทบทวนความคืบหน้า และร่วมมือกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและผู้นำประเทศสมาชิกได้ร่วมกันลงนามในปฏิญญากรุงเนปยีดอ และแผนปฏิบัติการ ACMECS ปี 2559-2561 ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการเป็นฐานการผลิตเดียวกันของอนุภูมิภาค
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้เข้าร่วมประชุมระหว่างผู้นำกับภาคเอกชน พร้อมกล่าวสนับสนุนการดำเนินงานของสภาธุรกิจ ACMECS ที่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนด้วยกัน ที่จะขับเคลื่อนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยไทยจะผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และสร้างความเจริญบริเวณชายแดนกับประเทศสมาชิก และพร้อมผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถให้ประชาชนในอนุภูมิภาค ซึ่งจะสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่เอกชนและประชาชนในประเทศสมาชิก สำหรับการประชุม ACMECS ครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2560 ซึ่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม







