posttoday
ฝึกทักษะทำค่ายอาสา

ฝึกทักษะทำค่ายอาสา

23 มิถุนายน 2558

ปลุกสำนึกวิชาพลเมือง เยาวชนภาคเหนือ

ปลุกสำนึกวิชาพลเมือง เยาวชนภาคเหนือ

แม้คำถามที่กลุ่มนักศึกษา ซักเอาจากชาวบ้านละแวก ต.บ้านกล้วย อ.ภูซาง จ.พะเยาเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจไม่ได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในทันที แต่ทักษะการสังเกต พร้อมหาข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่ต่างอะไรจากอาวุธลำดับแรกๆ ที่ “เด็กค่ายอาสา” จำต้องมีติดตัว หากคิดจะริเริ่มทำงานเพื่อสังคม

สำหรับบางคน ในกลุ่มนักศึกษาภาคเหนือ ที่ร่วมกิจกรรมค่ายอาสาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (ค่ายสร้างสุข)ปีที่9  ซึ่งมีมูลนิธิโกมลคีมทอง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นพี่เลี้ยง หนนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียน ลงพื้นที่หาประสบการณ์จริง ต่อยอดจากความรู้เดิมที่ตัวเองสนใจ

ดิลก หาญพล เจ้าหน้าที่มูลนิธิโกมลคีมทอง ที่รับหน้าที่ประสานงานค่ายอาสาฯ ภาคเหนือ บอกว่า กลุ่มนักศึกษาภาคเหนือมีความสนใจที่จะทำค่ายหลายประเด็น โดยเฉพาะความสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม สิทธิที่ดินทำกิน ความเป็นอัตลักษณ์ในภูมิภาค ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนให้ความสำคัญถึงความเปลี่ยนแปลงในเรื่องเหล่านี้ อย่างไรก็ตามก่อนจะเปิดโอกาสให้ลงมือทำค่ายจริง  จำเป็นต้องมีกิจกรรมฝึกปฏิบัติ ที่จะสอนทักษะในเรื่องที่จะเป็นสำหรับการทำงานร่วมกับชุมชน ไม่ว่าจะเป็น การคิด การเขียนโครงการ การลงพื้นที่และทำงานร่วมกับชาวบ้าน รวมไปถึงการกำหนดเป้าหมายของค่ายให้ชัดเจน

“ในขั้นตอนนี้ ประโยชน์ของชุมชน หรือรูปธรรมในพื้นที่ยังเป็นผลพลอยได้ แต่หัวใจหลักยังเป็นการเติบโตภายในของเยาวชน เขาอาจจะเคยได้ยิน ได้เห็นมา และการลงพื้นที่จริง ให้ลองทำจริง การฝึกทักษะทำงานค่าย จะช่วยหนุนเสริมให้พวกเขามองภาพรวมของการทำงานได้ดีขึ้น”

ทักษะของการทำงานกับชาวบ้าน การสัมภาษณ์ การคำนึงถึงประเด็นที่สุ่มเสี่ยงและอื่นๆ คือเรื่องที่  นุ่น -อัญชลี ไชยวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งเพิ่งเคยร่วมกิจกรรมค่ายอาสาฯ เป็นครั้งแรก บอกว่า เป็นแบบฝึกหัดจริงที่เพิ่งมีโอกาสได้ทดลองเป็นครั้งแรกหลังจากเรียนเคยได้ยินจากคำบอกเล่า อย่างไรก็ตามสิ่งที่ประทับใจคือการได้ร่วมพูดคุยกับชาวบ้านถึงประเด็นสาธารณะที่อาจนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชุมชน เห็นการเตรียมข้อมูลที่จะนำมาแบ่งปันกันของชาวบ้าน ซึ่งสะท้อนได้ว่าทุกคนสามารถเป็นพลเมืองที่จะตรวจสอบนโยบายของภาครัฐอย่างตรงไปตรงมาได้เมื่อถึงคราวที่ชุมชนที่ตัวเองอยู่กำลังมีความเปลี่ยนแปลง

“งานค่ายอาสาฯได้เปลี่ยนมุมมองของหนูที่จะสนใจเรื่องรอบๆตัว ในขณะเดียวกันก็ช่วยพัฒนาตนเองจากภายใน อย่างการลงพื้นที่ครั้งนี้สอนให้เรากล้าพูดในที่สาธารณะ สอนให้รับฟังคนอื่น ฝึกทักษะทำงานร่วมกับคนที่มีความหลากหลาย อย่าลืมว่าการพัฒนาสังคมที่ไม่ได้เกิดจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง  แต่ต่างคนก็ทำหน้าที่พลเมืองที่แตกต่างกัน นักศึกษาเองก็คงไม่สามารถไปช่วยอะไรใครได้ แต่เราสามารถช่วยในเรื่องข้อมูล ช่วยประสานงานจัดเวทีที่จะให้ผู้เกี่ยวข้องได้สื่อสารความจริงไปสู่ผู้เกี่ยวข้องทุกๆฝ่าย ส่วนคนที่จะตัดสินใจคือตัวชาวบ้านเอง”

แชมป์-วิศวะ ชาตรีกุล นักศึกษาชั้นปีที่2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตลำปาง เล่าว่า เคยผ่านกิจกรรมการทำค่ายมาบ้างในรั้วมหาวิทยาลัย และพบว่าแต่ละกิจกรรมมีรูปแบบได้หลากหลาย มีกลุ่มเป้าหมายแตกต่าง เช่นการทำกับกลุ่มนักศึกษา กลุ่มอาจารย์และบุคลากร แต่การทำร่วมกับชุมชนในลักษณะลงพื้นที่เช่นนี้จำเป็นต้องมีทักษะที่รอบด้าน เริ่มตั้งแต่เรื่องพื้นฐานง่ายๆ อย่างการเล่นเกม เพื่อดึงสมาธิก่อนเข้าเนื้อหา การเข้าหาชาวบ้าน ชักชวนชาวบ้านให้ร่วมเสวนาในประเด็นที่เราต้องการ  หรือการบอกข้อมูลที่ชาวบ้านอาจไม่เคยรู้มาก่อน

“การทำค่าย คงไม่ใช่แค่การไปลงพื้นที่ทำอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วจบ แต่ต้องมีเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะนำไปสู่อะไร ส่วนตัวผมสนใจประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมเพราะคิดว่าในพื้นที่ภาคเหนือที่มีการเจริญเติบโตของเมืองเพิ่มขึ้น ดังนั้นปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมน่าจะเป็นสิ่งที่จะตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ การทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับสังคมต้องรู้จักที่จะเชื่อมโยง เช่น ที่มหาวิทยาลัยผมและเพื่อนร่วมทำกิจกรรมการจัดการขยะ ชื่อ ’ขยะแลกบุญ’ โดยนำเอาลักษะนิสัยของคนไทยที่ชอบทำบุญเข้ามาร่วมกับการกรณรงค์แยกขยะ ซึ่งกิจกรรมนั้นพวกเราสามารถลดขยะได้ในจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อขยายสนามจากมหาวิทยาลัยมาสู่ชุมชน เราจำเป็นที่จะต้องมองให้รอบด้านกว่านั้น ต้องฝึกทักษะการเข้าหาชาวบ้าน รู้ถึงประเด็นที่ละเอียดอ่อน ซักซ้อมก่อนจะลงสนามจริง”วิศวะกล่าว

ขณะที่ บอล- ไชยวัฒน์ มะกรูดอินทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งสนใจในประเด็นเรื่องการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจในภาคเหนือ กล่าวว่า โลกปัจจุบันทำให้ทุกคนตื่นตัวและรับรู้ในความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนตัวมองว่าการพัฒนาเมืองเป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่ทำด้วยมุมองของรัฐจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว เพราะต้องมีพื้นฐานมาจากการตัดสินใจของชุมชน  คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์คนในท้องถิ่น ดังนั้นความหมายหนึ่งของการทำค่ายจึงเป็นพื้นที่ร่วมกันระหว่างข้อมูลส่วนกลางกับคนในชุมชน คอยกระตุ้นให้ชาวบ้านและเยาวชนเองทำหน้าที่พลเมืองที่มีคุณค่าต่อส่วนรวม

ฝึกทักษะทำค่ายอาสา


ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ