
เร่งแก้ปัญหาไม่ให้ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกภาวะอันตราย
ไทยกำหนดท่าทีประชุมมรดกโลกครั้งที่ 39 ไม่ให้ "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ถูกขึ้นบัญชีอยู่ในภาวะอันตราย ดันกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก
ไทยกำหนดท่าทีประชุมมรดกโลกครั้งที่ 39 ไม่ให้ "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ถูกขึ้นบัญชีอยู่ในภาวะอันตราย ดันกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก
เมื่อวันที่่ 22 มิ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ภายหลังการประชุมถึงท่าทีของราชอาณาจักรไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 39 ที่จะมีขึ้นที่ประเทศเยอรมันระหว่างวันที่ 28 มิ.ย.-8 ก.ค. นี้ ว่า ได้กำหนดท่าทีและแนวทางของไทยโดยจัดทำแผนขับเคลื่อนเพื่อไม่ให้พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ ถูกบรรจุไว้ในบัญชีแหล่งมรดกโลกในภาวะอันตราย และแผนขับเคลื่อนพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นแหล่งมรดกโลก
อย่างไรก็ตาม การประชุมดังกล่าว มีวาระการประชุมที่สำคัญที่เกี่ยวข้องประเทศไทย จำนวน 3 วาระ คือ 1.การรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกของไทย 2 แหล่ง ได้แก่ พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ และนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยในส่วนกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ร่างข้อมติคณะกรรมการดังกล่าวร้องขอให้ไทยดำเนินการ ใน 7 ประเด็น ได้แก่ เกี่ยวกับการลักลอบตัดไม้พะยูง การจัดสรรทรัพยากรให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การใช้บทลงโทษสูงสุดตามกฎหมาย การบุกรุกพื้นที่ โครงการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 และกลยุทธ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหล่งมรดกโลก โดยขอให้จัดส่งรายงานสถานภาพการอนุรักษ์ฯ เสนอศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 ก.พ.2559 เพื่อนำเสนอคณะกรรมการมรดกโลก พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 40 ในปี 2559 เพื่อคณะกรรมการมรดกโลกจะได้พิจารณาร่วมกับมุมมองอื่น ๆ ถึงความเป็นไปได้ในการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกในภาวะอันตรายหากมีการยืนยันถึงภัยคุกคามที่ชัดเจนหรือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นต่อคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่งมรดกโลก
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในส่วนของนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ร่างข้อมติคณะกรรมการฯ ร้องขอให้ไทยดำเนินการ ใน 6 ประเด็น เกี่ยวกับบูรณะฟื้นฟูโบราณสถาน ระงับการก่อสร้างซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณค่าโดดเด่นระดับสากลของแหล่งมรดกโลก และขอให้จัดส่งข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการการฟื้นฟู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายหลังน้ำท่วมและโครงการหลักที่จะทำในอนาคตพร้อมจัดทำรายงานสถานภาพการอนุรักษ์ฯ เสนอศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 ธ.ค.2559 เพื่อนำเสนอคณะกรรมการมรดกโลก พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 41 ที่จะมีขึ้นในปี 2560
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า วาระที่ 2. คือการนำเสนอบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ซึ่งจัดส่งก่อนวันที่ 15 เม.ย.2558 เพื่อขอบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส ซึ่งครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 24 ก.พ.เห็นชอบให้จัดส่งเอกสารการนำเสนออนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่นครหลวงของล้านนา ต่อศูนย์มรดกโลก และวาระที่ 3 คือการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก ได้แก่ พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งร่างข้อมติเสนอให้ประเทศไทยดำเนินการเพิ่มเติมใน 2 ประเด็น ได้แก่ เกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และดำเนินการปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการอนุรักษ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม
นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ทางคณะกรรมการมรดกโลกได้เปิดโอกาสให้พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทส.ได้อธิบายชี้แจงโดยตรงต่อคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ ถึงแผนการจัดการต่างๆ ในพื้นที่มรดกโลก โดยเฉพาะในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานที่จะมีการชี้แจงถึงการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ รวมทั้งแนวทางการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการมรดกโลก







