
"เกรียงไกร" พร้อมให้ตรวจเงินสร้างวิหารหลวงพ่อคูณ
"เกรียงไกร" แถลงพร้อมให้ตรวจสอบบัญชีโครงการสร้างวิหารหลวงพ่อคูณ ย้ำไม่คิดเรียกร้องเงินทดรองจ่าย 96 ล้านคืน
"เกรียงไกร" แถลงพร้อมให้ตรวจสอบบัญชีโครงการสร้างวิหารหลวงพ่อคูณ ย้ำไม่คิดเรียกร้องเงินทดรองจ่าย 96 ล้านคืน
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.นายเกรียงไกร จารุทวี รักษาการรองประธานคณะกรรมการวัดบ้านไร่ เปิดเผยว่า พร้อมให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินทุกโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างให้วัดบ้านไร่ทั้งหมด โดยได้เตรียมข้อมูล บัญชี เอกสาร และหลักฐานต่างๆ ที่มีความหนากว่า 5 หมื่นหน้า ซึ่งเป็นรายละเอียดทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยที่ผ่านมาตลอดเวลาที่ดำเนินงานทุกโครงการของวัดบ้านไร่
นายเกรียงไกรกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับมอบหมายจากพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ให้ดำเนินการจัดสร้างอุทยานธรรมวัดบ้านไร่ โดยแบ่งเป็นโครงการระยะที่ 1-3 ตั้งแต่ปี 2552-2558 ดังนี้
ระยะที่ 1 จัดสร้างพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ จำนวน 38 ล้านบาท ซึ่งภายในเก็บรวบรวมวัตถุมงคลที่หลวงพ่อคูณเคยจัดสร้างไว้ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน วัตถุโบราณที่ลูกศิษย์นำมาถวายหลวงพ่อคูณ ห้องนอนหลวงพ่อคูณ
ระยะที่ 2 ศาลาสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ จำนวน 17 ล้านบาท จัดทำเป็นศาลน้ำมนต์ และสวนปฎิบัติธรรม
ระยะที่ 3 การก่อสร้างวิหารเทพวิทยาคม จำนวน 355 ล้านบาท ซึ่งเป็นวิหารจัดแสดงธรรมของหลวงพ่อคูณ พร้อมกับบัตรสมาร์ทการ์ดเติมบุญสำหรับรับของที่ระลึกปลุกเสกจากหลวงพ่อคูณ โดยที่ผ่านมาเชื่อว่าได้ดำเนินการจัดทำโครงดังกล่าวตามหลักธรรมาภิบาลอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้มาโดยตลอด อาทิ การจัดทำเอกสารบัญชีทรัพย์สินและรายงานบัญชีทรัพย์สินที่มีอยู่ในความรับผิดชอบกว่า 50,000 แผ่น มีผู้ลงนามการเบิกจ่ายอย่างถูกต้อง เป็นต้น อีกทั้งรายได้จากการเยี่ยมชมอุทยานธรรมก็จัดเก็บไว้ในรูปแบบเงินฝากบัญชีธนาคารไม่ใช่บัญชีของวัด เพื่อจะได้มีการตรวจสอบได้
“ผมรู้สึกไม่สบายใจที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผมเป็นนักธุรกิจและเข้าไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหลวงพ่อคูณได้อย่างไร อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งเข้ามารื้อสิ่งของภายในวิหารเทพวิทยาคม โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งมาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้มาดำเนินการ นอกจากนี้ ยังขอให้มีการตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม การก่อสร้าง และนักบัญชี เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อที่จะได้ทราบว่ามูลค่ามรดกธรรมของหลวงพ่อคูณและต่อจากนี้ผมจะไม่รับผิดชอบโครงการใดๆทั้งสิ้น และการดำเนินงานทั้งหมดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการวัดชุดใหม่เป็นผู้แล อย่างไรก็ตามในเงินทดรองจ่ายสร้างวิหารวิทยาคมที่ต้องออกเอง จำนวน 96 ล้านบาทนั้น ไม่ติดใจอะไร หรือจะต้องฟ้องร้องเอาค่าใช้จ่ายคืน หากกรรมการวัดชุดใหม่ไม่พูดถึงเงินก้อนนี้ เพราะผมถือว่าได้มาทำงานสร้างแรงศรัทธาอุทิศแด่หลวงพ่อคูณ”นายเกรียงไกร กล่าว







