posttoday
สภาพัฒนาการเมืองแถลงค้านเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย

สภาพัฒนาการเมืองแถลงค้านเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย

22 มิถุนายน 2558

สภาพัฒนาการเมืองออกแถลงการณ์คัดค้านเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย ชี้เป็นต้นเหตุความเสื่อม-สร้างปัญหาสังคม

สภาพัฒนาการเมืองออกแถลงการณ์คัดค้านเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย ชี้เป็นต้นเหตุความเสื่อม-สร้างปัญหาสังคม

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.สภาพัฒนาการเมืองได้ออกแถลงการณ์ คัดค้านการเปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 12 คน  ในนาม “กลุ่ม สปช. รักชาติ” นำโดย พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย  ได้เสนอให้มีการเปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ  และต่อมา พล.ต.อ.สมยศ  พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนแสดงความเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว  โดยกล่าวว่า  “เห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์กับแนวคิดให้ เปิดกาสิโนเสรี  เพราะการจับกุมบ่อนพนันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ  และปัญหาก็มาเกิดกับตำรวจต้องคอยเรียกผู้ใต้บังคับบัญชามาช่วยราชการ  ทั้งที่การเล่นการพนันสำหรับคนไทยอยู่ในสายเลือด” ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเข้าใจไปว่าการเปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อประเทศ

ต่อกรณีดังกล่าวนี้  สภาพัฒนาการเมืองซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. 2551  โดยมีบทบาทอำนาจหน้าที่ประการหนึ่งตามมาตรา 6 (3) ข้อ (ก) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว  ในการส่งเสริมการพัฒนาศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม  จึงขอแถลงให้สังคมได้รับทราบดังนี้

1. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงเคยเลิกบ่อนเบี้ยซึ่งเป็นบ่อนการพนันในลักษณะคล้ายกับกาสิโนมาแล้ว  เนื่องจากทรงเห็นโทษของบ่อนเบี้ยต่อราษฎรและประเทศของพระองค์  ในอดีตประเทศไทยเคยมีบ่อนการพนันในลักษณะคล้ายกับกาสิโนที่ถูกกฎหมายซึ่งเรียกว่า “บ่อนเบี้ย” มาแล้ว  โดยมีการกำหนดให้เก็บอากรที่เรียกว่า “เก็บหัวเบี้ย” ซึ่งผู้ได้รับอนุญาตเปิดบ่อนเบี้ยที่เรียกว่า “นายอากรบ่อนเบี้ย” เป็นผู้เก็บอากรดังกล่าวส่งให้รัฐ แต่เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงมีพระราชดำริเห็นว่า 

“แม้ถึงว่าจะได้ผลประโยชน์มาใช้จ่ายในราชการแผ่นดินเป็นเงินรายได้อันสำคัญของรัฐบาลประเภทหนึ่งก็จริง  แต่ย่อมกระทำให้น้ำใจอาณาประชาราษฎรฝั้นเฝือดำเนินไปในทางต่ำช้าเลวทราม  ใช่แต่เป็นที่เสื่อมเสียทรัพย์สมบัติของนักเลงผู้เล่นส่วนเดียว  ย่อมเป็นทางอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย  และความมัวเมาในการเล่นพนันย่อมขัดห้ามต่อเวลาที่จะพึงทำการให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ด้วย  อีกประการหนึ่งการพนันบ่อนเบี้ยในเวลานี้  เงินที่ตกไปในมือนายอากรผู้รับผูกขาดการบ่อนเบี้ยนั้น  นายอากรจัดส่งออกไปเสียนอกพระราชอาณาเขตร์เปนอันมาก และการบ่อนเบี้ยยังเปนการที่นำมาซึ่งโจรกรรมและการอาญาอื่นๆ อีกเล่า

ถ้าให้เลิกการตั้งเล่นบ่อนเบี้ยเสีย  ก็จะทำให้อาณาประชาราษฎรมีสันดานและความประพฤติดีขึ้นอย่างหนึ่ง  ทำให้การทำมาหากินเจริญขึ้นอย่างหนึ่ง  ใช่แต่เท่านั้น  ทรัพย์สมบัติซึ่งในเวลานี้ใช้ในการเล่นเบี้ยอยู่นั้น  ก็จะเป็นทรัพย์สมบัติที่จะใช้แพร่หลายอยู่ในพระราชอาณาเขตร์  เปนทางให้เกิดความสมบูรณ์ในบ้านเมืองยิ่งขึ้นอีกอย่างหนึ่ง” ดังปรากฏในประกาศเลิกบ่อนเบี้ยรัตนโกสินทรศก 124  ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 21 หน้า 875-878 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 123 (พ.ศ. 2447)

ถึงแม้ในสมัยรัชกาลที่ 5 จะเลิกบ่อนเบี้ยไม่ได้ทั้งหมดทั่วประเทศ  เนื่องจากต้องค่อยๆ เลิกบ่อนเบี้ยแต่ละแห่งเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อรายได้ของรัฐมากนัก  โดยจำเป็นต้องขึ้นอากรบางอย่างทดแทน  และการที่จะขึ้นอากรบางอย่างนั้น  ต้องหารือกับรัฐบาลต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบก่อน  ทำให้ต้องใช้เวลา  แต่อย่างไรก็ดี ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 สามารถเลิกบ่อนเบี้ยได้ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2460

2. กาสิโนเป็นส่วนของการพนันซึ่งเป็นอบายมุขอันควรหลีกเลี่ยง  อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ในทุกศาสนา  การพนันถือเป็นอบายมุข ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสื่อมและนำไปสู่ความฉิบหาย รวมทั้งอาจสร้างปัญหาทางสังคม  และยังทำให้ภูมิคุ้มกันในด้านต่างๆ ของผู้เล่นการพนันเอง สังคม และประเทศโดยรวมลดลง  จึงไม่สอดคล้องกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  

3. เงินหมุนเวียนในกาสิโนไม่มีคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเพียงการเปลี่ยนมือของเจ้าของเงินจากผู้เล่นพนันเสียไปยังผู้เล่นพนันได้  จำนวนเงินรวมเท่าเดิม  ไม่ได้เพิ่มผลิตผลหรือรายได้ให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม  ยิ่งไปกว่านั้นหากเจ้าของกาสิโนเป็นคนต่างชาติ  เงินรายได้จากกาสิโนจะถูกส่งออกไปนอกประเทศ

4. กาสิโนอาจถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน  ผู้ที่ได้เงินมาโดยทุจริตสามารถใช้กาสิโนเป็นช่องทางในการฟอกเงินได้หากเจ้าของกาสิโนให้ความร่วมมือ  ซึ่งจะทำให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

5. ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และมีศิลปวัฒนธรรมและโบราณสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากาสิโน  อีกทั้งยังจะเป็นการสร้างเอกลักษณ์ของชาติหากเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่ไม่มีกาสิโน

จากบทเรียนของการเปิดบ่อนเบี้ยของไทยในอดีตซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากพระราชดำริของรัชกาลที่ 5 ดังกล่าวข้างต้นในข้อ 1 และเหตุผลตามที่ได้กล่าวแล้วในข้อ 2-5  สภาพัฒนาการเมืองจึงขอคัดค้านการเปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท