posttoday
สธ.ยันไทยยังพบผู้ติดเชื้อเมอร์สรายเดียวอาการดีขึ้นแล้ว

สธ.ยันไทยยังพบผู้ติดเชื้อเมอร์สรายเดียวอาการดีขึ้นแล้ว

22 มิถุนายน 2558

รองปลัดสธ.เผยพบผู้ติดเชื้อเมอร์สในไทยเพียงรายเดียวอาการดีขึ้นแล้ว ส่วนญาติ 3 คน ที่ต้องเฝ้าระวังยังมีอาการปกติ

รองปลัดสธ.เผยพบผู้ติดเชื้อเมอร์สในไทยเพียงรายเดียวอาการดีขึ้นแล้ว ส่วนญาติ 3 คน ที่ต้องเฝ้าระวังยังมีอาการปกติ

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 11.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดสธ. เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์โรคโคโรนาไวรัส 2012 หรือ เมอร์ส-โควี ร่วมกับกองทัพไทย กระทรวงต่างประเทศ สำนักการแพทย์ รวมถึงสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ติดตามสถานการณ์และประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม 2.ติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่างๆ 3.ยุทธศาสตร์และมาตรการสำหรับปัญหาใหม่ๆในอนาคต เพื่อการรับมือ

นพ.วชิระ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยเป็นโรคเมอร์สยืนยันในประเทศจำนวน 1 ราย และจากการเฝ้าดูอาการมาแล้ว7วัน พบว่า ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนผู้สัมผัสที่เป็นญาติ  3 คนอาการปกติและผลการตรวจทางห้องปฎิบัติการไม่ยืนยันการติดเชื้อ แต่ยังต้องรับไว้สังเกตการณ์ภายใน 14 วัน หากไม่พบเชื้อ ก็น่าจะสามารถกลับบ้านได้ในวันที่ 2 ก.ค.นี้  นอกจากนี้ มีจำนวนผู้สัมผัสโรคลดลงเหลือจำนวน 163 คน จาก 176 คน เนื่องจากบางส่วนติดตามพบว่าออกนอกประเทศไปแล้ว

นพ วชิระ กล่าวอีกว่า สถานการณ์โรคเมอร์สในประเทศไทยสามารถควบคุมได้และมีแนวโน้มความเสี่ยงของผู้สัมผัสเชื้อลดลง อย่างไรก็ตาม สธ.จะต้องติดตามผู้สถานการณ์ทุกวัน และมีมาตรการในการป้องกันโรคเมอร์สด้วยการกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวให้ดูแลอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ สธ.ได้หารือกับกองทัพไทย เพื่อประเมินสถานการณ์ หากมีกรณีผู้ป่วยเข้ามาเพิ่มเติม และมีผู้สัมผัสโรคความเสี่ยงสูงจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

“เราคุยกันว่าหากผู้ป่วย 1 คน มีผู้สัมผัสโรคความเสี่ยงสูง 50 คน 1-2 เคส โรงพยาบาลสังกัดสธ.น่าจะยังพอรับไหว แต่หากมีผู้สัมผัสโรคความเสี่ยงสูงมากขึ้น ในระดับหลายร้อยคน อาจต้องให้กองทัพ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดพื้นที่สำหรับสังเกตอาการผู้ป่วยสัมผัสเชื้อ หรือห้องแยกเชื้อ เพื่อเฝ้าดูอาการ ซึ่งสธ.มีพื้นที่เพียงพอ และในอนาคตกองทัพไทยจะมีส่วนช่วยในการจัดพื้นที่ดูแลผู้ป่วยด้วย”รองปลัดสธ.กล่าว

นพ.วชิระ กล่าวอีกว่า จะมีการขอความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลเอกชน ให้ติดต่อประสานงานกับสธ.ใกล้ชิด หากพบผู้ป่วยที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง และมีอาการใกล้เคียงกับโรคเมอร์ส ให้ติดต่อมายังสธ.ทันที รวมถึงอาจพิจารณาออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเติม หลังได้มีออกประกาศให้โรคเมอร์สเป็นโรคติดต่ออันตราย และโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความก่อนหน้านี้แล้ว

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีผู้อยู่ในเกณฑ์สอบสวนโรค เดินทางเข้ามาในประเทศไทยรวม 53 ราย โดยในจำนวนนี้มาจากเกาหลีใต้ 32 ราย และตะวันออกกลาง 21 ราย ขณะที่ วันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์สอบสวนโรค 9 ราย เป็นเกาหลีใต้ 5 ราย และตะวันออกกลาง 4 ราย อย่างไรก็ตาม ผลตรวจทุกรายเป็นลบ 

ขณะที่ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในกรุงเทพฯ มีห้องแยกโรคที่มีความดันเป็นลบ อยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร และยังมีที่โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี สถาบันโรคทรวงอก และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมห้องพิเศษอีกจำนวนหนึ่งไว้รองรับผู้สัมผัสโรคความเสี่ยงสูง ส่วนในต่างจังหวัดได้ประสาน สำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน (สธฉ.) ปรับห้องแยกโรคจากส่วนที่เคยเตรียมไว้รับผู้ป่วยอีโบลา ใน 21 จังหวัด ซึ่งขณะนี้เตรียมพร้อมทั้งหมดแล้ว สามารถปรับใช้หากพบผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์สทันที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท