
เจรจาต่อรองธุรกิจการค้าในสิงคโปร์ (ตอนแรก)
โดย...ดร.รวิภาส กล่ำทวี
โดย...ดร.รวิภาส กล่ำทวี
ถ้ากล่าวถึงประเทศสิงคโปร์ คุณผู้อ่านอาจจะนึกถึงชื่อที่คุ้นเคยกันในระหว่างคนไทยว่า “ดินแดนแห่งเมืองลอดช่อง”
แต่ถ้ามองลึกลงไปแล้วสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในลำดับต้นๆ ของทั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และในระดับทวีปเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาการด้านการศึกษา ด้านการปลอดคอร์รัปชั่น ด้านความร่ำรวยของประชากร หรือแม้กระทั่งความเป็นประเทศที่มีระดับความง่ายในการลงทุนอยู่ในลำดับต้นๆ ของโลก
ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรทั้งประเทศเพียง 5.5 ล้านคน มีขนาดพื้นที่เป็นเกาะเล็กๆ แต่มีท่าเทียบเรือที่เป็นทางผ่านของสินค้าทั่วโลก แถมยังเป็นประเทศเมืองท่าที่ปลอดภาษี ประกอบกับการที่เป็นประเทศที่มีประชากรที่มีคุณภาพค่อนข้างสูง ทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งจะแยกตัวออกเป็นประเทศเอกราชจากมาเลเซียเมื่อเดือน ส.ค. 1965 ที่ผ่านมาไม่กี่สิบปีนี่เอง
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการปกครองในระบบรัฐสภาเหมือนในประเทศอังกฤษ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐและมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล พรรคการเมืองที่มีบทบาทสูงสุดและครองเสียงข้างมากมาตั้งแต่เริ่มเป็นประเทศเอกราช ได้แก่ พรรคกิจประชาชน หรือพรรคพีเอพี นายกรัฐมนตรีที่มีอายุทางการเมืองกว่า 30 ปี ได้แก่ อดีตนายกรัฐมนตรี ลีกวนยิว ที่เพิ่งถึงแก่อสัญกรรมไปเมื่อไม่นานมานี้เอง การเมืองในสิงคโปร์ถือว่าเป็นการเมืองที่มีเสถียรภาพมากประเทศหนึ่งในโลก
ระบบเศรษฐกิจของสิงคโปร์เป็นระบบเศรษฐกิจแบบผสม (แบบตลาดเสรีผสมกับการเข้าแทรกแซงของภาครัฐ) รายได้ของประเทศส่วนใหญ่มาจากการส่งออกสินค้าในภาคการผลิตไม่ว่าจะเป็นสินค้าเคมี สินค้าด้านการแพทย์ และอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนรายได้จากภาคบริการมาจากการบริการด้านการเงินและด้านการประกันภัย ด้านค้าส่งและค้าปลีก การคมนาคมขนส่งและจากคลังกักเก็บสินค้า ในขณะที่ภาคบริการคิดเป็นสัดส่วนต่อผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ถึงร้อยละ 70.6 ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ร้อยละ 29.4 ประเทศนำเข้าที่สำคัญของสิงคโปร์ ได้แก่ มาเลเซีย ฮ่องกง จีน อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้
สิงคโปร์เป็นประเทศที่ประกอบด้วยกลุ่มประชากรหลายเชื้อชาติหลักๆ ได้แก่ 3 เชื้อชาติประกอบด้วย เชื้อชาติจีนซึ่งมีอยู่สูงร้อยละ 74.2 เชื้อชาติมาเลย์มีอยู่ร้อยละ 13.3 และชาติอินเดียมีอยู่ประมาณร้อยละ 9.2 ที่เหลือเป็นเชื้อสายอาหรับ ยิว และอาร์เมเนีย
เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสิงคโปร์แล้ว ใน “เจรจาต่อรองธุรกิจการค้าในสิงคโปร์ ตอนจบ” ผู้เขียนจะแนะนำคุณผู้อ่านทุกท่าน โดยเฉพาะนักธุรกิจที่ต้องการเจรจาต่อรองการค้ากับธุรกิจในสิงคโปร์ ด้วยหลักการสำคัญสำหรับการเจรจาต่อรองธุรกิจ เช่น ภาษา มารยาท ความสำคัญที่นักธุรกิจสิงคโปร์ถือเป็นสิ่งสำคัญ เป็นต้น







