
'กาสิโน' ความหวังใหม่? ทางรอดสู้เศรษฐกิจชะลอตัว
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
กลายเป็นประเด็นถกเถียงที่ร้อนแรงในทันที ภายหลังจากที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนอให้รัฐบาลเปิด “สถานกาสิโนเสรี” โดยให้เหตุผลว่าคนไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงการพนันได้ จึงควรจัดพื้นที่ให้เล่นอย่างถูกกฎหมาย
ความเห็นของสังคมแบ่งแยกเป็น 2 ฝ่ายในทันที คือ ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า การเปิดกาสิโนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมรายได้ของรัฐบาล แต่ฝ่ายต่อต้านเชื่อว่า การเปิดกาสิโนอย่างถูกต้องจะเป็นการมอมเมาประเทศ จนใช้เวลาที่ควรไปทำงานมายุ่งเกี่ยวกับการพนัน คำถามสำคัญในขณะนี้จึงหนีไม่พ้น “กาสิโนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจริงหรือ?”
ต้องยอมรับว่า การเปิดอุตสาหกรรมการพนันได้รับการยอมรับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแต่เดิมแทบไม่มีประเทศไหนยอมให้เปิดกาสิโนอย่างเสรีเลย ทว่าในปัจจุบันกลับมีรัฐบาลหลายประเทศอนุญาตให้มีการเปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียหลายแห่ง เพื่อช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
หนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จจากอุตสาหกรรมกาสิโนคงหนีไม่พ้นสิงคโปร์ ศูนย์การพนันขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย เป็นรองแค่มาเก๊าเท่านั้น โดยสิงคโปร์กำลังแข่งกับลาสเวกัสในสหรัฐเพื่อชิงตำแหน่งการเป็นเมืองกาสิโนอันดับ 2 ของโลก โดยเมื่อปี 2011 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่มีการเก็บข้อมูลของซิตี้กรุ๊ป พบว่า รายได้จากการพนันในสิงคโปร์ขึ้นไปแตะที่ 5,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.98 แสนล้านบาท) ไม่ห่างจากรายได้ของลาสเวกัสที่ 6,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.05 แสนล้านบาท)
นอกจากนี้ ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สิงคโปร์ เฉพาะรายได้ มารีนา เบย์ แซนด์ กับ รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซา ศูนย์กาสิโนขนาดใหญ่ของสิงคโปร์เพียง 2 แห่ง ก็มีส่วนช่วยขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เท่ากับ 1.5-2% แล้ว อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดตัวเลขเพิ่มการจ้างงานถึง 1.8%
ด้านการเปิดอุตสาหกรรมการพนันยังช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมในด้านอื่นๆ อีกด้วย โดย โจนาธาน กาลาวิซ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ กาลาวิซ แอนด์ คอมพานี บริษัทที่ปรึกษาด้านการวิจัยเศรษฐกิจและการวางแผนในสหรัฐ แสดงความเห็นว่า การเปิดกาสิโนจะไปช่วยกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยว
การที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นการพนันจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมอื่นๆ ไปด้วย ทั้งโรงแรม สินค้าฟุ่มเฟือย ฯลฯ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ด้วยอานิสงส์จากการเปิดกาสิโนทำให้สัดส่วนนักท่องเที่ยวในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นอย่างมากอยู่ที่ราว 4% ต่อจีดีพีในปี 2011 จากเดิมที่ 3.6% ในปี 2010
และสำหรับในประเทศที่ธุรกิจการพนันใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐ การพนันเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ไม่น้อยทีเดียว ตามรายงานของ ออกซฟอร์ด อิโคโนมิกส์ ยืนยันว่า มูลค่าอุตสาหกรรมการพนันในสหรัฐคิดเป็น 2.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.08 ล้านล้านบาท) ช่วยส่งเสริมการจ้างงานถึง 1.7 ล้านตำแหน่ง และสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลท้องถิ่นและส่วนกลางถึง 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.28 แสนล้านบาท)
ดังนั้น มองอีกมุมหนึ่งจะเห็นว่า การเปิดอุตสาหกรรมการเสี่ยงโชคเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจได้คล่องตัวไม่น้อย
แม้กระทั่งญี่ปุ่น กาสิโนยังถูกมองเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สำคัญในอุตสาหกรรมช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ประสบภัยพิบัติอีกด้วย โดย มาซาโยชิ โออิวาเนะ ประธานโรงเรียน กาสิโนในญี่ปุ่น ถึงกับแสดงความเห็นว่าควรมีการตั้งกาสิโนที่จังหวัดฟูกุชิมา ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติสึนามิเมื่อปี 2011 เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง โดยมีธุรกิจกาสิโนเป็นตัวจุดสตาร์ท
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีการส่งเสียงคัดค้านกาสิโนถูกกฎหมายมาโดยตลอดเช่นกัน เพราะเชื่อว่ากาสิโนไม่มีทางกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว เพราะเชื่อว่ากาสิโนจะมีส่วนมอมเมาให้คนติดการพนัน เดวิด ฟรัม คอลัมนิสต์รับเชิญของซีเอ็นเอ็น แสดงความเห็นว่า กาสิโนจะมีกลไกพิเศษที่ทำให้คนรู้สึกเล่นแล้วอย่างเล่นอีก
นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของกาสิโนช่วยก่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ แต่ก็เป็นการทำลายภาคอุตสาหกรรมเก่า อย่างเช่นในกรณีรัฐบาลของรัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐที่อนุญาตให้มีการเปิดกาสิโนได้ในเมืองแอตแลนติกเมื่อปี 1977 อุตสาหกรรมการพนันช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ซบเซาของเมืองนี้และช่วยสร้างตำแหน่งงานใหม่ได้จริง ทว่าสำหรับร้านค้าปลีกรายย่อยต่างก็ต้องผิดหวัง เนื่องจากเงินที่หลั่งไหลเข้ามาวนเวียนอยู่ในกาสิโนเท่านั้นแต่ไม่ได้กระจายออกมานอกกาสิโนแต่อย่างใด
พูดให้ชัดเจน คือ หาดูแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจจีดีพีช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นจริงๆ เกิดการสร้างมูลค่าและการจ้างงาน ทว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นมานั้นกลับกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจกาสิโนเท่านั้นไม่ได้กระจายไปสู่ระบบเศรษฐกิจรากหญ้าอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ในปัจจุบันเพื่อนบ้านของไทยในเอเชียทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน แทบจะเปิดเสรีกันอย่างเต็มที่สำหรับการทำกาสิโนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เพื่อแบ่งส่วนแบ่งการตลาดจากกาสิโนรายใหญ่ในมาเก๊าและสิงคโปร์
ในกรณีไต้หวัน มีความพยายามอย่างมากในการพัฒนาอุตสาหกรรมกาสิโนเพื่อแข่งขันกับมาเก๊า โดยคนท้องถิ่นไต้หวันในหมู่เกาะหมาจู่ ซึ่งอยู่จากจีนแผ่นดินไม่กี่กิโลเมตรกำลังเร่งผลักดันการตั้งกาสิโนถูกกฎหมาย เพื่อแข่งขันกับมาเก๊า
ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดอุตสาหกรรมกาสิโนถือเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตร้อนแรงในเอเชียที่น่ากระโดดเข้าไปร่วมวงเพื่อปันผลประโยชน์ไม่น้อยทีเดียว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะลืมไม่ได้เป็นอันขาด คือ การใช้กาสิโนสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ต้องแลกกับหนทางทำกินของคนบางกลุ่มในสังคมอย่างแน่นอน







