
ดับก่อนไฟจะลาม
ถึงตอนนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องตระหนักถึงปัญหาทางด้านอุตสาหกรรมการบินของไทยให้มากขึ้นกว่าที่เป็นมา ที่ปล่อยให้รัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กรมการบินพลเรือน และสายการบิน เป็นโต้โผในการแก้ปัญหาด้านมาตรฐานการบิน
ถึงตอนนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องตระหนักถึงปัญหาทางด้านอุตสาหกรรมการบินของไทยให้มากขึ้นกว่าที่เป็นมา ที่ปล่อยให้รัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กรมการบินพลเรือน และสายการบิน เป็นโต้โผในการแก้ปัญหาด้านมาตรฐานการบิน
เพราะปฏิบัติการปักธงแดงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) หลังจากได้มีหนังสือแจ้งว่ามีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) และแจ้งว่าไทยมีปัญหาในเรื่องระบบการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) และถึงแม้กระทรวงคมนาคมจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาปรับปรุงแก้ไขในหลายมิติ มีการเดินทางไปชี้แจงกับประเทศต่างๆ ถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาด้านการบินของไทยอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่วิธีการดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ได้ผล และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้น
รัฐบาลต้องไม่ลืมว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยทั้งระบบจะมีเดิมพันครั้งใหญ่อีกสองระลอก ครั้งแรกในเดือนนี้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป (ENSA) จะแจ้งแนวทางการดำเนินการต่อประเทศไทย ระลอกสองจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.นี้ องค์การการบินพลเรือนของประเทศสหรัฐอเมริกา (FAA) จะเดินทางมาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทย
ข้อทักท้วง ข้อสังเกตด้านมาตรฐานการบินของทั้งสององค์กรจะกระทบกับสายการบินของไทยอย่างหนักหน่วงแน่ และไม่มีหลักประกันอะไรที่เป็นเครื่องยืนยันว่าทั้งสององค์กรจะไม่มีการเพิ่มความเข้มข้นด้านการตรวจสอบสายการบินของไทย เพราะถึงตอนนี้สายการบินของไทยต่างยอมรับว่านับตั้งแต่เดือน ก.พ.เป็นต้นมา ถูกตรวจสอบเข้มข้นขึ้นจาก 3 ครั้ง เป็น 50 ครั้งแล้ว ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและเงื่อนไขทางการบิน
ขณะเดียวกัน คำประกาศว่ามิตรประเทศและองค์กรด้านการบินระหว่างประเทศมีความเข้าใจในการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาด้านการบินของประเทศไทย ที่บรรดารัฐมนตรีผู้กำกับดูแลพยายามอรรถาธิบายต่อประชาชนและภาคธุรกิจนั้นได้สิ้นมนต์ขลังและไร้เครดิตไปแล้ว หลังจาก ICAO ประกาศปักธงแดงภายหลังพยายามออกมาชี้แจงต่อสาธารณะว่า ICAO ให้โอกาสไทย แต่คล้อยหลัง 1 วัน กลับปักธงแดง
ดังนั้น ผู้นำรัฐบาลจะต้องกระโดดเข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องนี้ด้วยตัวเองอย่างเข้มข้น และจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการเร่งด่วนของประเทศให้ได้ เพื่อจะได้แก้ปัญหาด้านการบินของไทยได้ทันท่วงทีในช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงในเดือน ต.ค. 2558 และเพื่อสกัดไม่ให้ปัญหาด้านการบินบานปลายจนกระทบต่อยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางด้านการบินของไทย
สัญญาณที่บ่งบอกในปัจจุบันเด่นชัดว่า การปล่อยให้อนุกรรมการกำกับดูแลการบิน ที่คณะกรรมการการบินพลเรือนจัดตั้งขึ้นมาและให้มีอำนาจจัดทำหลักเกณฑ์การตรวจสอบ ทบทวนกฎ กติกา ข้อบกพร่องด้านการบินนั้น ไม่ได้รับการยอมรับจากองค์การการบินของโลก รัฐบาลก็ต้องปรับวิธีการก่อนปัญหาใหญ่จะตามมารังควานธุรกิจการบินอีกหลายระลอก







