
สธ.ยันยึดมาตรฐาน WHO ท่องเที่ยวแนะคุมเข้มสูงสุด
ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐร่วมกันแก้ปัญหาไวรัสเมอร์สเป็นทีม และยึดตามหลักสากลขององค์การอนามัยโลก (WHO) เริ่มจากการจำกัดวงของ 37 สายการบินที่ขนผู้โดยสารจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ ต้องลงจอดในหลุมจอด E กับ F ที่จัดไว้ และก่อนเครื่องบินลงจะมีการประกาศให้ผู้โดยสารเฝ้าระวังอาการ รวมทั้งแจกแผ่นพับทั้งภาษาอาหรับ เกาหลี อังกฤษ และไทย ให้นักท่องเที่ยวรับทราบ
ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐร่วมกันแก้ปัญหาไวรัสเมอร์สเป็นทีม และยึดตามหลักสากลขององค์การอนามัยโลก (WHO) เริ่มจากการจำกัดวงของ 37 สายการบินที่ขนผู้โดยสารจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ ต้องลงจอดในหลุมจอด E กับ F ที่จัดไว้ และก่อนเครื่องบินลงจะมีการประกาศให้ผู้โดยสาร
เฝ้าระวังอาการ รวมทั้งแจกแผ่นพับทั้งภาษาอาหรับ เกาหลี อังกฤษ และไทย ให้นักท่องเที่ยวรับทราบ
นอกจากนี้ เมื่อเครื่องบินลงจอดจะมีจุดตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย 2 จุด ที่จัดเตรียมเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบผู้ที่เดินทางมากับสายการบินดังกล่าวว่ามีไข้ขึ้นสูงหรือไม่ หากมีอาการก็จะแยกตัวออกมาพักรักษา ส่วนผู้ไม่มีอาการจะเฝ้าระวังโดยให้กรอกข้อมูลทั้งที่พักและเบอร์โทรศัพท์ไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามกลุ่มเสี่ยงได้อย่างใกล้ชิด
“ความร่วมมือกับกระทรวงท่องเที่ยวฯ จะมีการประสานกับโรงแรมที่แขกไปพัก หากมีอาการไข้ขึ้นสูง ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำตัวไปรักษา รวมทั้งร่วมมือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ในการเก็บข้อมูลรถแท็กซี่ที่นำผู้โดยสารที่มากับ 37 สายการบินไปส่งยังจุดหมาย” รมว.สาธารณสุข ระบุ
ทั้งนี้ ผู้ป่วยชาวโอมานที่ติดเชื้อรายแรกนั้น ขณะนี้อาการดีขึ้น ไม่มีไข้ ส่วนญาติ 3 คนที่มาด้วยกันยังไม่แสดงอาการ ซึ่งต้องรอให้พ้น 14 วันก่อน ขณะที่ผู้โดยสารสายการบินเดียวกันและผู้ที่เกี่ยวข้อง 176 คน ส่วนใหญ่ติดตามและพบตัวเกือบหมดแล้วและไม่มีการติดเชื้อเพิ่มเติม จึงขอให้มั่นใจว่าประเทศไทยไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์ส
ขณะที่ผลตรวจอาการผู้ป่วยสงสัยจะติดไวรัสเมอร์สที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และโรงพยาบาลราชบุรี ทางผู้บริหารโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง ได้แถลงยืนยันว่าไม่พบผู้ติดเชื้อ
สำหรับความวิตกต่อผลกระทบด้านการท่องเที่ยว กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ทางกระทรวงและกระทรวงสาธารณสุขรวมทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ร่วมมือทำงานเป็นทีม และไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งในการบริหารจัดการที่ดี และกระทรวงจะนำไปประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ชาวต่างชาติมั่นใจในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทย
ยุทธชัย สุนทรรัตนเวช รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า แม้จะยังไม่มีผลกระทบ แต่ภาคเอกชนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการสูงสุดในการควบคุมโรค เพื่อสร้างความมั่นใจมากกว่าใช้เครื่องเทอร์โมสแกนคัดกรองผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว
“อาจมีความจำเป็นต้องใช้แพทย์ตรวจร่วมด้วยและหากโรคนี้มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น อาจจะต้องหยุดเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง” ยุทธชัย ระบุ
เจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ยังรวดเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไทยหรือไม่ ต้องรอดูอีก 2-3 วัน แต่เห็นว่าการตรวจนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังไม่เข้มข้น โดยเฉพาะเที่ยวบินในช่วงเช้ามืด
“ผมเพิ่งมาจากจีนช่วงเช้าวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าขั้นตอนการตรวจที่สุวรรณภูมิไม่เป็นระเบียบ ปล่อยให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้า โดยไม่มีการสุ่มตรวจ ซึ่งอาจมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อเล็ดลอดเข้ามาได้” เจริญ กล่าว
ด้าน ศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกมาไทย ส่วนชาวเกาหลีชะลอการเดินทางออกต่างประเทศโดยอัตโนมัติ ขณะที่ ททท.ได้เลื่อนการโรดโชว์สินค้าทางท่องเที่ยวไทย ที่กรุงโซลและปูซาน ระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย. ออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ระบุว่า นักท่องเที่ยวไทยไปเกาหลีลดลง 15-20% จากปกติช่วงโลว์ซีซั่นอยู่ที่เฉลี่ย 1,500-2,000 คน/วัน บริษัททัวร์จึงนำเสนอไปจีนและญี่ปุ่นแทน
อลิสา พันธุ์ศักดิ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิฟฟานี่โชว์-พัทยา กล่าวว่า ยังประเมินผลกระทบไม่ได้ แต่ปัจจุบันการจองดูโชว์ยังปกติ แต่กลุ่มเกาหลีหายไปหลังมีการระบาดของไวรัสเมอร์สในเกาหลี
อย่างไรก็ตาม เสข วรรณเมธี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยทำความเข้าใจกับนานาประเทศให้ทราบถึงมาตรการฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เพื่อให้นานาประเทศมีความมั่นใจในการดำเนินการของรัฐบาลไทย







