posttoday
30 ปี วงการสื่อของ...เฮียฮ้อ ...สนุกกับงานที่ทำ

30 ปี วงการสื่อของ...เฮียฮ้อ ...สนุกกับงานที่ทำ

21 มิถุนายน 2558

“ต่าง คนต่างพูดไม่ออกได้แต่มองตาเท่านั้น”

โดย...พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

“ต่าง คนต่างพูดไม่ออกได้แต่มองตาเท่านั้น”

“สมชาย นี่แหละ สมชาย ตั้งแต่หัวจรดเท้า”

“18 ฝน 18 หนาว มันร้าวในใจสิ้นดี”

ตำนานบทเพลงเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัว ระหว่างรอ “เฮียฮ้อ ณ อาร์เอส” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการ บริษัท อาร์เอส (RS) วัย 53 ปี

ช่วงปี 90 ในยุคนั้นสมัยนั้นธุรกิจเพลงถือว่าบูมมากๆ ถึงจะมีหลายค่ายเพลงแข่งขันรังสรรค์บทเพลงออกมาให้คนไทยได้เสพ แต่มีเพียง 2 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ที่เป็นมวยคู่เอก อาร์เอส กับ แกรมมี่ วัดกันแบบหมัดต่อหมัด ในยุคนั้นต้องยอมรับว่าแกรมมี่มีภาษีเหนือกว่า

แต่มาในระยะ 10 ปีให้หลังมานี้ ทั้งสองค่ายเพลงแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงห้ำหั่นกัน ขอเพียงยืนหยัดอยู่รอดในอุตสาหกรรมก็เพียงพอ เพราะรับผลกระทบจากเทปผีซีดีเถื่อนออกอาละวาด กระหน่ำเล่นจน “เฮียฮ้อ” และ “อากู๋” ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ต้องปาดเหงื่อ หลังจากนั้นธุรกิจเพลงค่อยๆ เข้าสู่โหมดซบเซาและทรงตัว และต้องปรับตัวด้วยการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่อง

ทั้งสองค่ายเริ่มหันไปจับธุรกิจผลิตสื่อมากขึ้น รวมถึงรุกเข้าสู่ธุรกิจทีวีดาวเทียม แต่ไม่ได้เรียกเสียงฮือฮาเท่ากับการก้าวเข้าสู่ธุรกิจ “ทีวีดิจิทัล” ซึ่งได้ปลุกกระแสของการแข่งขันให้กับ 2 ค่ายยักษ์ กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยมีศักดิ์ศรีเจ้าพ่อแห่งวงการบันเทิงค้ำคออยู่

“ทีวีดิจิทัล” เป็นจุดเริ่มต้นการแข่งขันอย่างดุเดือดของธุรกิจสื่ออีกครั้ง ใครจะไป ใครจะอยู่ ใครจะมีกึ๋นในอันที่จะผลิตสื่อที่เข้าไปยึดครองดวงใจผู้ชมคนไทยได้มากกว่ากัน

ไม่ถึงปีหลังการประมูลทีวีดิจิทัล เริ่มเห็นภาพของผู้อยู่รอด และผู้เพลี่ยงพล้ำ ในส่วนของอาร์เอสเอง สามารถเบียดเสียดขึ้นทำเนียบติดในหนึ่งผู้อยู่รอด ดูได้จากผลการวัดเรตติ้งทั่วประเทศของ เอซี นีลเส็น พบว่า ช่อง 8 ของอาร์เอส มีเรตติ้งติดอันดับ 4 ทิ้งคู่แข่งตลอดกาลอย่างแกรมมี่ไม่เห็นฝุ่น

ขณะที่อันดับ 1 คือ ช่อง 7 ตามด้วย ช่อง 3 และอันดับ 3 คือ เวิร์คพอยท์ และเฮียฮ้อมีเป้าหมายต้องการจะขึ้นอันดับ 3 ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้

ผลของเรตติ้งดังกล่าวช่วยฉุดภาพของอาร์เอสเหนือกว่าคู่แข่งอย่างแกรมมี่อย่างช่วยไม่ได้ และทำให้สปอตไลต์เริ่มจับมาที่ตัว “เฮียฮ้อ” อีกครั้ง

“เฮียฮ้อ” เล่าให้ฟังว่า เริ่มมาร่วมทำงานกับอาร์เอสตั้งแต่อายุ 21 ปี จนถึงวันนี้อยู่ในวงการร่วม 32 ปีแล้ว บวกเลขในใจพบว่า ปัจจุบันเฮียฮ้ออายุ 53 ปีแล้ว ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอก ที่ยังดูกระฉับกระเฉง ใบหน้าผ่องใส

30 ปี วงการสื่อของ...เฮียฮ้อ ...สนุกกับงานที่ทำ

 

“เฮียฮ้อ” คงความเป็นหนุ่มไว้ ด้วยการไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า และไม่เที่ยวกลางคืน ที่สำคัญทำงานเป็นเวลา เข้าทำงานแต่เช้า เลิกงานในเวลา 6 โมงเย็น ดูเหมือนทำงานไม่หนัก แต่ในช่วงเวลาทำงานจะทุ่มเทให้เต็มที่ และช่วงหลังเลิกงาน วันหยุดเสาร์อาทิตย์ เฮียจะไม่ติดต่อลูกน้อง และลูกน้องก็อย่าติดต่อเฮีย เว้นแต่กรณีจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เพราะเฮียฮ้อมองว่าทุกคนต่างต้องการชีวิตส่วนตัว ลูกน้องต้องการชีวิตส่วนตัว เฮียฮ้อเองก็ต้องการชีวิตส่วนตัว เมื่อกลับจากที่ทำงานเฮียจะพุ่งตรงกลับบ้าน ไม่ค่อยไปไหน นิยมใช้ชีวิตกับครอบครัวมากกว่า 

ฐานะผู้ผลิตรายการป้อนให้กับช่องต่างๆ แต่ไม่ได้เข้าไปบริหาร การเป็นเจ้าของสถานีถือเป็นความฝันมานานมาก

“ในอดีตอาร์เอสอยู่ในฐานะผู้ผลิตสื่อ เป็นผู้เช่าเวลาจากสถานี เวลาเราคิดจะทำอะไร หรือมีไอเดียก็ไปนำเสนอกับเจ้าของสถานี ถึงจะคิดมาอย่างไร แต่สุดท้ายถ้าไม่ผ่านก็ไม่ได้ทำตามความคิด เจ้าของสถานี
จะเป็นคนตัดสินใจ บางครั้งเราไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเจ้าของสถานี แต่ก็ต้องรับตามดุลพินิจของเจ้าของสถานี และอีกประการหนึ่ง คือความไม่แน่นอนของผังรายการ ทุกปีจะมีการปรับผังรายการ เจ้าของสถานีสามารถยกเลิกรายการเราเมื่อไหร่ก็ได้ จุดนี้เองทำให้เริ่มไม่สนุกกับธุรกิจมีเดียเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ใช้ศักยภาพของอาร์เอสที่มีอย่างเต็มที่ แต่อาร์เอสก็ยังคงธุรกิจสื่อไว้ แต่ไม่ได้ทุ่มเต็มที่เท่าใด” เฮียฮ้อ กล่าว

เมื่อมีโอกาสได้มาอยู่ในสถานะเจ้าของสถานีของตัวเอง “เฮียฮ้อ” เลยจัดเต็ม ปลดปล่อยอิสระทางความคิด ได้แสดงศักยภาพทางความคิด ประสบการณ์ของทีมงานอย่างเต็มที่ ผลตอบแทนที่ได้รับคือจำนวนผู้ชมที่มากขึ้น

หากถามว่า ณ วันนี้ ในวันที่เฮียฮ้อสามารถนำพาอาร์เอสก้าวขึ้นมาเทียบชั้นกับสถานีโทรทัศน์อันดับต้นๆ ของประเทศ จากเดิมเป็นเพียงผู้เช่าช่วงเวลา ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วหรือยัง

เฮียฮ้อ กลับตอบว่า ไม่เคยคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะในฐานะของคนทำธุรกิจเปรียบเสมือนได้เป็นนักเดินทาง ในระหว่างทางอาจมีโอกาสสัมผัสรางวัล นั่นก็เป็นเพียงรางวัลของชีวิต

แต่ถ้าถามว่า สิ่งเหล่านั้นเรียกว่าประสบความสำเร็จในชีวิตได้ไหม คงตอบว่า ไม่ใช่ เพราะตราบใดที่ยังมีเป้าหมายใหม่ๆ ตลอดเวลา ยังมองว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเป้าหมายใหม่ หมายถึงการเริ่มต้นเดิน
ทางใหม่

ทีวีดิจิทัลกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของเฮียฮ้อไปแล้ว และกลายเป็นโอกาสที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ธุรกิจที่หลายต่อหลายคนมักจะบอกว่าเป็นธุรกิจที่หินและโหดมาก แต่เฮียฮ้อกลับมองว่าเป็นเรื่องท้าทาย และถือเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการแข่งขัน เหมือนกับมุมมองการลงทุนที่ว่า High risk High return

เฮียฮ้อ ยอมรับว่า ธุรกิจทีวีดิจิทัลเป็นธุรกิจที่หอมหวน การแข่งขันสูงก็จริง แต่รางวัลเดิมพันก็สูงตามเช่นกัน แน่นอนว่า เมื่อเวลาผ่านไปและมีผู้แพ้ ก็จะแพ้แบบเจ็บปวด แต่ผู้ชนะก็จะได้รับรางวัลอย่างคุ้มค่า เป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการที่มีความพร้อม ต้องใส่ใจ ทุ่มเท และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท