
กว่าจะถึง...เมืองไทย
ทุกๆ วันจะมีเจ้าหน้าที่เรือ 4-5 คน เดินตรวจบัตรผู้โดยสาร โดยจะเป่านกหวีดให้ทุกคนแสดงบัตร
โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง
ทุกๆ วันจะมีเจ้าหน้าที่เรือ 4-5 คน เดินตรวจบัตรผู้โดยสาร โดยจะเป่านกหวีดให้ทุกคนแสดงบัตร เมื่อตรวจผ่านก็จะให้มาอยู่อีกฝั่งหนึ่งโดยมีเจ้าหน้าที่เรือถือเชือกกั้นไว้ ถ้าใครไม่มีบัตรก็จะถูกจับเข้าห้องขัง คนลักลอบแอบขึ้นเรือก็จะหลบซ่อนตัวกันวุ่นวายจนเกิดเหตุน่าสลด เมื่อคนแอบขึ้นเรือคนหนึ่งเสียชีวิตจากการซ่อนตัวนานเกินไปในบริเวณห้องเครื่องซึ่งอยู่ชั้นล่างสุดของเรือที่อากาศร้อนอบอ้าวมาก
ในช่วงพักผ่อน ผมจะนั่งคุยกับคนรอบข้างสอบถามสารทุกข์สุกดิบ กับคนจีนแคะก็จะพูดภาษาแคะ คนแต้จิ๋วก็จะพูดภาษาจีนกลางผสมปนเปกับภาษาแต้จิ๋ว แต่เราก็พูดคุยกันรู้เรื่องดี ใครจะไปห้องน้ำห้องท่าก็จะไหว้วานให้ช่วยดูแลข้าวของให้
ยามค่ำคืน อากาศจะต่างไปจากตอนกลางวัน ทั้งเย็นและชื้นมาก ลมพัดจนหน้าชาไปหมด น้ำมูกน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมจะใช้มือถูที่แก้มทั้งสองข้างให้เกิดความร้อนพอให้มีความรู้สึกบ้าง
ผมไม่มีผ้าห่มที่จะห่มตัวให้อบอุ่น ทำให้นอนไม่หลับ ทรุดตัวอยู่ข้างเรือนั่งมองท้องฟ้าสลับผืนน้ำไปเรื่อยๆ ปล่อยความคิดล่องลอย บางทีก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า นี่เราคิดถูกหรือคิดผิด ที่ออกเดินทางจากบ้านมาไกลอย่างนี้ จะโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้
หากการไปอยู่เมืองไทยแล้วผมต้องลำบากกว่าเมืองจีน ผมจะดิ้นรนมาทำไมให้เหนื่อย แต่ผมก็ได้แต่คิด เพราะทุกอย่างสายเกินกว่าจะถอยหลังกลับไปได้
เรือกุ้ยเอียงพาผู้โดยสารเดินทางท่องทะเลมาเกือบสัปดาห์ ผมเริ่มชินกับชีวิตบนเรือ ได้พบเห็นผู้คนที่แตกต่างกัน เพราะบนเรือมีคนหลากหลายฐานะ บางคนรวย บางคนยากจน พวกที่มีฐานะดีก็เตรียมอาหารการกินอร่อยๆ ดูดีมีคุณค่าติดมาด้วย เวลากินอาหารจะล้อมวงกินกันอย่างมีความสุข ส่วนคนจนอย่างผม แค่มีอาหารใส่ปากใส่ท้องก็นับว่าโชคดีแล้ว เรื่องความอร่อยหรือคุณภาพไม่ต้องพูดถึง
สิ่งที่ทำให้ผมสลดหดหู่ใจ ระหว่างเดินทางรอนแรมอยู่บนเรือกุ้ยเอียง คือได้เห็นคนเจ็บป่วยแล้วตายบนเรือ สาเหตุเกิดจากร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถทนกับการกินอยู่ที่ลำบากและการเดินทางรอนแรมระยะไกลได้ พวกเขาเดินทางไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้บนเรือ
เมื่อมีคนตาย เจ้าหน้าที่บนเรือจะนำร่างของพวกเขาใส่ไว้ในกระสอบปิดมิดชิดแล้วแบกไปที่ท้ายเรือ ทำพิธีเซ่นไหว้ส่งวิญญาณ จากนั้นจะถูกนำลงไปทิ้งทะเล สภาพน่าอนาถเหลือเกิน ต้องตาย อย่างโดดเดี่ยว ผมเศร้าทุกครั้ง อดนึกไปถึงพ่อแม่พี่น้องของพวกเขาไม่ได้ว่าจะรู้สึกอย่างไร จะเสียใจขนาดไหน
แต่ละวันจะมีคนป่วยและคนตายให้ได้เห็นเป็นประจำ ช่วงหลายวันของการเดินทางของผมมีคนตายไปราว 10 กว่าคน รวมทั้งมีคนเมาคลื่นนั่งอาเจียนโอ้กอ้ากอยู่เต็มไปหมด ส่วนผมนั้นโชคดียังหนุ่มแน่น อายุเพิ่ง 20 ปีเท่านั้นเอง ร่างกายแข็งแรง แทบไม่เมาเรือเลย กินข้าวอิ่ม ขับถ่ายสบาย จึงไม่เจ็บป่วย
หลังจากเดินทางรอนแรมกันมาในเรือ 7 วัน 7 คืน เรือกุ้ยเอียงก็พาทุกคนมาถึงเมืองไทย ผมเริ่มสังเกตเห็นความชุ่มฉ่ำเขียวขจีของพืชพันธุ์ต่างๆ เหมือนอย่างที่เขาพูดกันจริงๆ
ผมรู้สึกดีใจที่ได้เดินทางมาถึงที่หมาย ดีใจที่จะได้พบพี่ชายที่จากเมืองจีนมานานนับสิบปีแล้ว ไม่รู้ว่าพวกเขาจะยังจำผมได้หรือไม่ คิดแล้วตื่นเต้นยิ่งนัก
(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)







