
รับมือโรคเมอร์ส
หลังจากกระทรวงสาธารณสุขแถลงพบผู้ป่วยจากโรคเมอร์ส หรือโรคในระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร
หลังจากกระทรวงสาธารณสุขแถลงพบผู้ป่วยจากโรคเมอร์ส หรือโรคในระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหารในประเทศเป็นรายแรก ทุกภาคส่วนต้องตื่นตัวเตรียมรับมือมหันตภัยนี้อย่างจริงจัง ประชาชนต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่ไปอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ฯลฯ
หากพบว่ามีอาการไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส มีอาการไอ หอบเหนื่อย หายใจลำบากให้สวมหน้ากากอนามัยปิดปาก-จมูก และควรรีบพบแพทย์ เนื่องจากโรคอุบัติใหม่มียาต้านไวรัสค่อนข้างจำกัด ทำได้เพียงการรักษาตามอาการและประคับประคองจนกว่าอาการจะลดน้อยลงและหายเป็นปกติ
อย่างไรก็ดี แม้กระทรวงสาธารณสุขจะแถลงการณ์มาตรการการเฝ้าระวังมาเป็นระยะ แต่ดูเหมือนช่วงก่อนพบผู้ป่วยรายแรก ประชาชนไม่ค่อยสนใจติดตามสถานการณ์ อาจเพราะมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่เมื่อเมอร์สแพร่ระบาดเข้ามาเป็นทางการ กลับเกิดความหวั่นวิตกอยู่ในวงกว้าง
ดังนั้น ภาครัฐจะต้องประชุมหารือเพื่อปรับแผนการรับมือใหม่ให้รอบคอบ รัดกุม เปลี่ยนบางวิธีการที่ยังหละหลวมให้เข้มข้นมากขึ้น เป็นต้นว่ามีการเพิ่มมาตรการการคัดกรองประชากรกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางเข้าประเทศ จัดหาอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเพิ่มเติม ระดมทีมเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองโรคเพิ่มเติม ฯลฯ
เหตุที่ควรต้องทบทวนมาตรการก็เพราะมีข้อน่าสังเกตอยู่ว่าเหตุใดชาวโอมานที่เดินทางมารักษาโรคหัวใจ แต่กลับพบการติดเชื้อเมอร์ส ถึงเข้ามาได้โดยไม่ผ่านการคัดแยกตั้งแต่บริเวณสนามบิน ทั้งที่ผู้ป่วยรายนี้มีอาการอ่อนเพลีย ไอ หายใจลำบากตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะเดินทางมาประเทศไทย
นั่นอาจเป็นเหตุให้ประชาชนโดยทั่วไปเข้าใจไปได้ว่ายังมีผู้อยู่ในข่ายน่าสงสัย แต่ไม่แสดงอาการเดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะชาวอาหรับ และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ รวมทั้งจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคชนิดนี้
มาตรการสำคัญอย่างยิ่งยวดจึงต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้เชื่อได้ว่าผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงทุกรายจะต้องผ่านการคัดกรองโรคอย่างละเอียด อีกทั้งควรจะมีการเพิ่มเงื่อนไขให้ผู้ที่เดินทางจากกลุ่มเสี่ยงแสดงผลการตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อนเข้าประเทศด้วย
เมื่อปิดความเสี่ยงทุกประตูแล้ว เราสนับสนุนและเห็นด้วยอย่างยิ่งให้กระทรวงสาธารณสุขยืนหยัดความจริงสู้กับโรค เพื่อลดภาวะตื่นตระหนก รวมถึงเป็นการรักษามาตรฐานการจัดการภัยจากโรคระบาดให้ผ่านไปอย่างราบรื่น เช่นที่ผ่านสถานการณ์โรคซาร์สมาได้จนนานาประเทศให้การยอมรับมาแล้วก่อนหน้านี้







