
กมธ.ยอมถอยหวังรธน.ผ่าน
กมธ.ยกร่างฯ ปรับจำนวน สส.ตัดกลุ่มการเมืองลดอำนาจวุฒิสภา
กมธ.ยกร่างฯ ปรับจำนวน สส.ตัดกลุ่มการเมืองลดอำนาจวุฒิสภา
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาาน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะ กมธ.ยกร่างฯ อยู่ระหว่างพิจารณาประเด็นสำคัญที่มีการขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะหลักการเกี่ยวกับหมวดการเมือง ได้แก่ จำนวนของ สส. จากเดิมกำหนดให้มี สส. แบบเขต 250 คน และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 200 คน ปรับเป็น สส.แบบเขต 300 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 150 คน สำหรับบัญรายชื่อที่แบ่งเป็น 6 เขต มีแนวโน้มจะใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งเพียงบัญชีเดียว
“ตัดกลุ่มการเมืองออกจากร่างรัฐธรรมนูญ แต่ปรับวิธีการให้ประชาชนสามารถจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองง่ายขึ้น และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการจ่ายเงินแทนผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพราะไม่ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของตระกูลใดตระกูลหนึ่งเช่นอดีต” นายบวรศักดิ์ กล่าว
สำหรับบัญชีรายชื่อแบบเปิด (Open List) ไม่บัญญัติว่าจะต้องใช้กับการเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้น เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ว่าจะต้องใช้บุคลากร ระยะเวลา และงบประมาณเพิ่มขึ้น รวมถึงยังไม่มีเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์รองรับการเลือกตั้งรูปแบบดังกล่าว จึงควรเลื่อนการใช้ระบบโอเพ่นลิสต์ออกไปเมื่อมีความพร้อม
ประเด็น สว.มีแนวโน้มที่จะตัดอำนาจในการเสนอกฎหมายออกตามข้อเสนอของหลายฝ่าย รวมถึงตัดหน้าที่ในการตรวจสอบผู้ที่ถูกเสนอให้เข้าสู่ตำแหน่งรัฐ ส่วนอำนาจในการถอดถอนจะกระทำได้เฉพาะบุคคลที่ สว.เป็นผู้แต่งตั้งเท่านั้น
“ขณะที่ที่มาของ สว.ยังแบ่งเป็น 2 กรณี ประกอบด้วย กรณีแรก ถ้า สว.มาจากการสรรหาทั้งหมดอาจมีจำนวน 150 คน แต่ถ้ามาจากสรรหาและเลือกตั้งอาจมีจำนวน 225 คน” นายบวรศักดิ์ กล่าว
ประธาน กมธ.ยกร่าง กล่าวว่า ในส่วนที่มาของนายกรัฐมนตรี คงยืนยันว่า นายกฯ จะต้องมาจากความเห็นชอบของ สส. โดยอาศัยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ขณะที่บุคคลที่ไม่เป็น สส.ต้องอาศัยเสียงอย่างน้อย 2 ใน 3 เช่นเดิม ทั้งนี้จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 7.7 หมื่นตัวอย่าง ที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ สถาบันพระปกเกล้า และสำนักสถิติแห่งชาติดำเนินการ พบว่า ประชาชน 85% สนับสนุนหลักการดังกล่าว
นอกจากนั้น มีการพิจารณาประเด็นสำคัญ อาทิ ไม่บัญญัติให้สภาตรวจสอบภาคพลเมืองเป็นองค์กร แต่จะบัญญัติว่าพลเมืองมีส่วนร่วมตรวจสอบเท่านั้น ส่วนสมัชชาพลเมืองจะไม่บัญญัติให้เป็นองค์กรเช่นกัน แต่จะบัญญัติให้เป็นเครือข่ายความร่วมมือภาคประชาชน หากจังหวัดใดมีความพร้อมสามารถจัดตั้งได้เลย รวมถึงการบัญญัติยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับความสำคัญยิ่งขึ้น
“นี่คือตัวอย่างของการประนีประนอม รัฐธรรมนูญนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญในฝัน ตามร่างรัฐธรรมนูญเดิมก็อาจได้สัก 70% เพราะต้องยอมรับว่าสังคมไทย วันนี้ได้แค่นี้ แน่นอนว่าไม่มีใครถูกใจ 100% แต่ทุกคนจะไม่ข้องใจจนต้องลุกออกมาต่อต้าน ฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะพยายามประสานประโยชน์ทุกกลุ่ม” นายบวรศักดิ์ กล่าว
วันที่ 19 มิ.ย.นี้ ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อเปิดช่องให้มีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรได้ โดยมีมติเอกฉันท์เห็นชอบวาระ 3 ด้วยจำนวนเสียง 203 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง







