
กมธ.ยกร่างรธน.ชงปรับลดจำนวนสส.
กมธ.ยกร่างฯยอมถอยชงใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ ที่มานายกฯคงหลักการเดิม อ้างประชาชนสนับสนุน
กมธ.ยกร่างฯยอมถอยชงใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ ที่มานายกฯคงหลักการเดิม อ้างประชาชนสนับสนุน
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ คณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมปาฐกถา ประยูร กาญจนดุล ครั้งที่ 7 เรื่อง รู้ลึกรู้ชัดกับอนาคตรัฐธรรมนูญ ณ ห้องประสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ชั้น 4 อาคารเทพทวาราวดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นายบวรศักดิ์ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของคณะกมธ.ยกร่างฯ ว่า คณะกมธ.ยกร่างฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) และประชาชน ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ได้หารือแล้ว อาทิ สภาตรวจสอบภาคพลเมืองยังคงมีอยู่ แต่จะไม่อยู่ในรูปแบบขององค์กร โดยคณะกมธ.ยกร่างฯ จะบัญญัติแต่เพียงว่าให้พลเมืองมีส่วนร่วมในการตรวจสอบเท่านั้น , สมัชชาพลเมือง จะบัญญัติให้เป็นเครือข่ายความร่วมมือของภาคประชาชน แต่จะไม่บัญญัติเห็นองค์กร และ ยุทธศาสตร์ชาติ แม้จะมีการบัญญัติไว้ในหลายมาตรา แต่จะบัญญัติเพิ่มเติมเพื่อยกระดับความสำคัญเป็น เป็นต้น
นอกจากนั้นแล้ว นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับหมวดการเมืองมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนในหลายประเด็น ได้แก่ 1. จำนวนของ สส. จากเดิมกำหนดให้มี สส. แบบเขต 250 คน และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ 200 คน ปรับเป็น สส. แบบเขต 300 คน และ สส. บัญชีรายชื่อ 150 คน 2. สำหรับบัญรายชื่อที่บัญญัติให้แบ่งเป็น 6 เขต มีแนวโน้มที่จะใช้บัญชีรายชื่อเดียวทั้งประเทศ 3. ตัดกลุ่มการเมืองออกจากร่างรัฐธรรมนูญ แต่ปรับวิธีการให้ประชาชนสามารถจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้น และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการจ่ายเงินแทนผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพราะไม่ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของตระกูลใดตระกูลหนึ่งเช่นในอดีต 4. บัญชีรายชื่อแบบเปิด (Open List) ไม่บัญญัติว่าจะต้องใช้กับการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะเกิดขึ้น เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อธิบายแล้วว่าจะต้องเพิ่มบุคลากร ระยะเวลาในการนับคะแนน และงบประมาณเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังไม่มีระบบอิเล็กทรอนิกที่รองรับระบบนี้ ฉะนั้นจึงค่อยจัดให้มีการใช้ระบบดังกล่างเมื่อมีระบบอิเล็กทรอนิกที่พร้อมกับการเลือกตั้งในรูปแบบดังกล่าว 5. สว. มีแนวโน้มที่จะตัดอำนาจในการเสนอกฎหมายออก เพราะข้อเสนอแนะจากหลายส่วนยังเห็นว่าไม่มีความพร้อม รวมถึงตัดหน้าที่ในการตรวจสอบผู้ที่ถูกเสนอให้เข้าสู่ตำแหน่งรัฐ ส่วนอำนาจในการถอดถอนจะกระทำได้เฉพาะบุคคลที่ สว. เป็นผู้แต่งตั้งเท่านั้น ขณะที่ที่มาของ สว. ยังแบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ ถ้า สว. มาจากการสรรหาทั้งหมดอาจมีจำนวน 150 คน แต่ถ้ามาจากการสรรหาและเลือกตั้งอาจมีจำนวจ 225 คน และ 6. ที่มาของนายกรัฐมนตรี คณะกมธ.ยกร่างฯ ยังคงยืนยันว่า นายกฯ จะต้องมาจากความเห็นชอบของ สส. โดยอาศัยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ขณะที่บุคคลที่ไม่เป็น สส. จะต้องอาศัยเสียงอย่างน้อย 2 ใน 3 เช่นเดิม นอกจากนั้นแล้วจากการพิจารณาสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 7.7 หมื่นตัวอย่าง ที่คณะกมธ.ยกร่างฯ สถาบันพระปกเกล้า และสำนักสถิติแห่งชาติได้ดำเนินการ พบว่า ประชาชน 85% สนับสนุนประเด็นดังกล่าวเช่นกัน
"นี่คือตัวอย่างของการประนีประนอม รัฐธรรมนูญนี้ไม่ใช้รัฐธรรมนูญในฝัน ตามร่างรัฐธรรมนูญเดิมก็อาจได้ซัก 70% เพราะต้องยอมรับว่าสังคมไทย วันนี้ได้แค่นี้ แน่นอนว่าไม่มีใครถูกใจ 100% แต่ทุกคนจะไม่ข้องใจจนต้องลุกออกมาต่อต้าน ฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จะพยายามประสานประโยชน์กับทุกกลุ่ม " ศ. บวรศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า กรณีที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเปิดโอกาสให้คณะกมธ.ยกร่างฯ ขยายเวลาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ 30 วัน ศ. บวรศักดิ์ กล่าวว่า คณะกมธ.ยกร่างฯ มีแนวโน้มที่จะขอขยาย 30 วัน เพื่อพิจารณาคำขอแก้ไขจาก สปช. ครม. และประชาชน ทุกข้ออย่างแท้จริง และ สปช. จะได้มีเวลาในการสรุปงานอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราจะไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง เพราะจะต้องมีการอภิปรายคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญอย่างละเอียด ฉะนั้นเพื่อความเป็นอิสระของคณะกมธ.ยกร่างฯ จึงไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังในขั้นตอนนี้







