posttoday
เมอร์สรายแรกถึงไทย!เฝ้าระวัง59คนใกล้ชิดเข้มข้น

เมอร์สรายแรกถึงไทย!เฝ้าระวัง59คนใกล้ชิดเข้มข้น

18 มิถุนายน 2558

กักตัวผู้ป่วยเมอร์สวัย75ที่สถาบันบำราศฯ สธ.ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

กักตัวผู้ป่วยเมอร์สวัย75ที่สถาบันบำราศฯ สธ.ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

วันที่ 18 มิ.ย. ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. ในฐานะประธานการแถลงข่าวผลตรวจทางห้องปฏิบัติการโรคโคโรนาไวรัส 2012 หรือโรคเมอร์ส-โควี เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยโรคโคโรนาไวรัส 2012 หรือโรคเมอร์ส-โควี เป็นรายแรกในประเทศไทย เป็นชาวตะวันออกกลางอายุ 75 ปี เดินทางโดยเครื่องบินจากประเทศตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เพื่อรักษาโรคหัวใจ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนเบื้องต้น ซึ่งทางโรงพยาบาลเอกชนมีการตื่นตัวมาก จึงได้ประสานสธ.ล่วงหน้าในการเตรียมการรับสถานการณ์โรคเมอร์ส จึงได้แยกผู้ป่วยและใช้มาตรการเหมาะสมเข้มงวด ส่งเสมหะตรวจในห้องปฏิบัติการตามแนวทางพบว่าผลเป็นบวก รวมถึงนำผลตรวจเข้าห้องปฏิบัติการซ้ำอีกครั้ง ทั้งยังส่งผลตรวจไปอีกสองห้องปฏิบัติการ ยืนยันว่าผลเป็นบวก

“ปัจจุบันอาการผู้ป่วยยังคงทรงตัว โดยขณะเดินทางมาไม่มีไข้ มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่ได้มีไข้ แต่เริ่มมีอาการไอ หอบ ตอนที่เข้าโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และได้รับการรักษาภายในห้องแยกที่สถาบันบำราศนราดูร รวมถึงได้ติดตามโรค และติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดว่าเป็นอย่างไรบ้างอย่างละเอียดทุกวัน ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และได้รับการรักษาภายในห้องแยกที่สถาบันฯ ซึ่งได้ติดตามโรค และติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง จึงได้ดำเนินการตรวจสอบใกล้ชิดทุกวัน รวมทั้งยังได้ติดตามคนใกล้ชิดทั้งหมด 59 คน ประกอบด้วยครอบครัว 3 คน รวมถึงผู้ที่นั่งเครื่องบินแถวหน้า-หลังติดกัน ลูกเรือ เจ้าหน้าที่แพทย์-พยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน  คนขับแท็กซี่ 2 คน โดยครอบครัว 3 คน ซึ่งสัมผัสใกล้ชิดได้เชิญตัวมาไว้ที่สถาบันบำราศนราดูรแล้ว ส่วนคนอื่นๆ เจ้าหน้าที่มีรายชื่อ รวมถึงเบอร์ติดต่อ ซึ่งจะสอบถามอาการทุกวันว่าเป็นอย่างไร ขณะนี้ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะมีการกันผู้ป่วยให้อยู่ในห้องแยกแล้ว รวมถึงญาติใกล้ชิดก็ไม่ได้สัมผัสใครโดยตรง”

ทั้งนี้ รมว.สธ.กล่าวอีกว่า ประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ต่างก็มีผู้ป่วยจากต่างประเทศเหมือนกัน แต่ทั้งหมดวินิจฉัยได้เร็ว และไม่ได้มีการระบาดในวงกว้าง เพราะฉะนั้นขออย่าได้ตื่นตระหนก เพราะผู้ป่วยได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ใช้มาตรการสุขอนามัยดูแลตัวเอง กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว ในช่วงนี้ขอให้อย่าเพิ่งเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาด ทั้งประเทศตะวันออกกลาง และเกาหลีใต้ สำหรับประชาชนทั่วไป ถ้าจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศที่แพร่ระบาด อย่าคลุกคลีในมวลชนหมู่มาก และหากเดินทางกลับใน 14 วัน แล้วพบอาการไข้ ไอ น้ำมูกเจ็บคอ ให้สวมหน้ากาก แล้วพบแพทย์ทันที

“แม้จะพบผู้ป่วยรายแรก เดินทางเข้ามาในกทม. แต่เขาถูกแยกอยู่แล้ว ญาติใกล้ชิดถูกแยกอยู่แล้ว ได้รักษาตัวในโรงพยาบาลบำราศนราดูรอยู่แล้ว บุคลากรทางการแพทย์ได้รับการป้องกันตัวอย่างดี ขอให้มีความมั่นใจ  และเราได้ให้การรักษาตามแนวทางที่เตรียมไว้ทุกประการ” ศ.นพ.รัชตะกล่าว

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีประวัติสัมผัสสัตว์ในตะวันออกลาง สำหรับผู้สัมผัสที่เสี่ยงน้อย และอยู่ห่างๆ จะมีการจดชื่อ โทรถามอาการทุกวัน รวมถึงขอผู้สัมผัสให้หยุดงาน ซึ่งหลังครบหนึ่งสัปดาห์จะมีเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมบ้าน โดยจะติดตามใกล้ชิดไปสองสัปดาห์ หรือ 14 วัน

ขณะที่ ศ.นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา กล่าวว่า ประเทศไทยพร้อมรับมือโรคเมอร์สเต็มที่ โดยมีประสบการณ์ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมรับโรคไข้หวัดนก โรคซาร์ส โรคอีโบลา รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ประชุมใกล้ชิดตลอดเวลา สำหรับผู้ป่วยรายนี้ มีการติดตามตั้งแต่สนามบินจนถึงโรงพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนก็เตรียมพร้อมมาก มีการจับผู้ป่วยเข้าห้องแยก ส่งผลตรวจตามที่ต่างๆ ทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อนนำผลตรวจมาประชุมกัน และย้ายผู้ป่วยมาที่สถาบันบำราศนราดูร ในช่วงเช้าวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา

“สำหรับโรคนี้มีโอกาสหายได้ แต่อัตราการตายก็สูงเช่นกัน โดยในตะวันออกกลาง ตายได้ถึง 40% แต่เรายืนยัน และมีความมั่นใจมากว่าจะควบคุมไม่ให้โรคนี้ออกจากโรงพยาบาลได้” ศ.นพ.ประเสริฐกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท