
ฉลุย!มติสนช.203เสียงเห็นชอบร่างแก้ไขรธน.เดินหน้าประชามติ
"วิษณุ"แจงเทียบเคียงโทษพรบ.ประชามติ ฉีกบัตร ขัดขวาง มีโทษหมด "สุวพันธ์" แจง วาระ สภาขับเคลื่อนปฏิรูปให้รอดูในเนื้อหาร่างรธน.ใหม่
"วิษณุ"แจงเทียบเคียงโทษพรบ.ประชามติ ฉีกบัตร ขัดขวาง มีโทษหมด "สุวพันธ์" แจง วาระ สภาขับเคลื่อนปฏิรูปให้รอดูในเนื้อหาร่างรธน.ใหม่
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 203 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง เห็นชอบวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. แก้ไขเพิ่มเติม
สำหรับเนื้อหา มาตรา 6 ที่ให้แก้ไข มาตรา 37/1 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ประเด็นการทำประชามตินั้น นาย นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. อภิปรายตั้งข้อสังเกตว่า ในวรรคท้ายกรณีศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าร่างรัฐธรรมที่มีการแก้ไขแล้วไม่ตรงกับผลการลงประชามติ จะทำอย่างไร
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่า ความเป็นจริงปัญหาเกิดยาก เพราะมติของศาลรัฐธรรมนูญที่จะส่งกลับไปยัง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะบอกชัดเจนว่าไม่ตรงกับประชามติอย่างไรต้องแก้อย่างไร ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีหลายครั้ง
ส่วนในมาตรา 7 ที่ให้ยกเลิกมาตรา 38 และ 39 รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน ในประเด็นเรื่องการสิ้นสุดลงของสปช. รวมทั้งประเด็นการทำหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งนายธานี อ่อนละเอียด สนช. ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเนื้อหาระบุว่าหากกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่ง ให้ กมธ.ยกร่าง ที่เหลือ ปฏิบัติต่อไปได้ และให้หัวหน้าคสช.แต่งตั้งขึ้นมาทำหน้าที่แทน แต่ไม่ได้ระบุในส่วนตำแแหน่งของประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจึงอยากถามว่าหากเกิดกรณีตำแหน่งประธานกมธ.ยกร่าง ว่างลงไมว่าด้วยเหตุใดๆ ทั้ง ลาออก หรือมีอันเป็นไป จะทำอย่างไร
นายวิษณุ ชี้แจงว่า ของเดิม เมื่อตำแหน่งต่างๆ ที่มาจากสภาฏิรูปแห่งชาติ เมื่อมีปัญหาก็จะย้อนกลับไปที่ตำแหน่ง ประธาน สปช. แต่ เมื่อ สปช. ไม่อยู่แล้ว ทุกอย่างก็จะกลับไปยัง คสช. เป็นหลักการเดียวกันว่า เมื่อไม่มีตำแหน่งประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรมนูญ แล้ว หากเกิดก่อนวันลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ก็จะกลับไปสู่ ประธาน สปช. พิจารณา ส่วนหากหลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของหัวหน้าคสช.พิจารณาแล้ว
สำหรับ มาตรา 8 ให้เพิ่มข้อความในมาตรา 39/1 39/2 39/3 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ประเด็นเรื่องการลงประชามติ และสภาขับเคลื่นอการปฏิรูป โดยนาย สมชาย แสวงการ สนช. อภิปรายว่า ต้องการทราบความชัดเจนที่ระบุว่า การออกเสียประชามติ ให้กกต.ออกหลักเกณฑ์และวิธีการ และให้ สนช.เห็นชอบนั้น หลักเกณฑ์การพิจารณาของสนช.จะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ประเด็นที่กำหนดให้สภาขับเคลื่อนปฏิรูปมาทำหน้าที่แทนสปช.โดยคำนึงถึงความสำคัญเร่งด่วน และระยะเวลาที่เหลืออยู่นั้นแสดงว่าไม่ต้องทำทั้ง 37 วาระได้หรือไม่
นายมณเฑียร บุญตัน สปช.กล่าวว่า อยากทราบสาเหตุที่ ต้องยุบเลิก สปช. เพราะจะทำให้ขาดความต่อเนื่อง อีกทั้ง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ ไม่มีการกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง จึงเป็นห่วงว่าจะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ
นายวิษณุ ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์ของกกต.จะเสนอเข้ามาคล้าย ร่างพ.ร.บ. ส่วนการพิจารณาหากมีการตั้ง กมธ.วิสามัญ ขึ้นมาล่วงหน้าไปทำการศึกษาร่วมกับ กกต. ก็จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก ซึ่งสนช.ก็จะมาช่วยทักท้วงแทนสังคม ปัญหาอยู่ตรงที่ บทลงโทษที่ กกต. และ สนช.ไม่สามารถกำหนดได้เอง ดังนั้น จึงให้นำความในพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ในส่วนของบทลงโทษ ดังนั้น ไม่ว่าจะ ฉีกบัตร ขัดขวางการออกเสียงประชามติ ย่อมมีความผิดและมีโทษ รวมไปถึงห้ามทำโพลล่วงหน้า 7 วัน
ขณะที่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรอบระยะเวลาการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปนั้น จะทำงานควบคู่ไปกับรัฐบาลปัจจุบันไปจนกว่า รัฐธรรมนูญใหม่จะมีผลบังคับใช้ และส่งเรื่องต่อไปยังรัฐบาลชุดใหม่ อีกทั้งจะต้องรอดูประเด็นที่เกี่ยวข้องซึ่งบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไปด้วย







